ไทยจ่อก้าวสู่ LGBTQ+ Medical Hub แห่งเอเชีย
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:28อ่าน 3 นาที

ท่ามกลางการแข่งขันของหลายประเทศในการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง เพื่อดึงดูดผู้รับบริการจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสุขภาพที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ “LGBTQ+ Healthcare” กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหม่ของธุรกิจการแพทย์และ Medical Tourism
ที่หลายประเทศต่างเร่งช่วงชิงความเป็นผู้นำ “โรงพยาบาลยันฮี” เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่มีบทบาท บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ให่กับกลุ่ม LGBTQ+ พญ.สิรินทรา สัมฤทธิวนิชชา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลยันฮี ผู้บริหารรุ่นที่ 2 กล่าวในประเด็นนี้ว่า ปัจจุบันเป็น ยุคที่โรงพยาบาลไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่แข่งขันกันด้วย
“ความเข้าใจมนุษย์” และความสามารถในการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้คนได้อย่างแท้จริง ในมุมมองของ พญ.ศิรินทรา เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกกำลังนำพาองค์กรเข้าสู่บทบาทใหม่
เพราะผู้รับบริการกลุ่ม LGBTQ+ ไม่ได้เข้ามาเพราะเจ็บป่วย แต่เข้ามาเพื่อให้ร่างกายและอัตลักษณ์ของตนเองสอดคล้องกัน สิ่งที่พวกเขาต้องการจึงไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือความเข้าใจ ความเคารพ
สถานการณ์ล่าสุด
และความมั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม “จากแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การก่อตั้ง “Yanhee Support Pride Center” ศูนย์ดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศแบบครบวงจร
ที่รวมบริการทุกด้านไว้ภายใต้แนวคิด “One Roof Service” ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต การดูแลฮอร์โมน การผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ การศัลยกรรมเฉพาะทาง การปรับเสียง
การติดตามสุขภาพระยะยาว ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิตหลังการรักษา “ซีอีโอ รพ.ยันฮี กล่าว พญ.สิรินทรา กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาด LGBTQ+ Healthcare ของประเทศไทยในปัจจุบัน
มุมมองและผลกระทบ
ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผู้รับบริการชาวไทยเพียงอย่างเดียว ซึ่งเราพบว่า กลุ่มผู้เข้ารับบริการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพจากชายเป็นหญิง (Male to Female) กว่า 74% เป็นชาวต่างชาติ
ขณะที่กลุ่มหญิงเป็นชาย (Female to Male) มีสัดส่วนผู้รับบริการต่างชาติสูงถึง 55% โดยประเทศหลักที่เดินทางเข้ามารับบริการ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา
และออสเตรเลีย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอีกต่อไป
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่กำลังกลายเป็นจุดหมายด้านสุขภาพของผู้มีความหลากหลายทางเพศจากทั่วโลก การที่ไทยเป็นหมุดหมาย บริการทางการแพทย์เฉพาะทางของกลุ่ม
LGBT+ในภูมิภาคเอเชียนั้นก็เพราะหลายประเทศยังคงมีข้อจำกัดทั้งทางกฎหมาย วัฒนธรรม และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง
ประเทศไทยจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้ที่ต้องการเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานระดับสากล ภายใต้สังคมที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อความหลากหลายทางเพศมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
“หากย้อนกลับไปในอดีต ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่พัฒนาศักยภาพด้านศัลยกรรมยืนยันเพศสภาพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



