สกร. ขับเคลื่อนเกษตรธรรมชาติ ชู “Learn to Earn” สร้างรายได้ให้ชุมชน
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 19:52อ่าน 3 นาที

สกร. ขับเคลื่อนเกษตรธรรมชาติ ชู “Learn to Earn” สร้างรายได้ให้ชุมชน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนา ส่งเสริม และเผยแพร่เกษตรธรรมชาติ โดยมี นายสุชาญ ศีลอำนวย เลขานุการมูลนิธิเอ็มโอเอไทย (MOA THAI Foundation)
นายสังข์ กาญจนเพิ่มพูน ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากร สกร. จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วม ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ “เกษตรธรรมชาติ”
รายละเอียดเพิ่มเติม
ไม่ได้อยู่เพียงการงดใช้สารเคมี แต่เป็นการนำวงจรชีวิตของธรรมชาติและระบบนิเวศ (Ecosystem) มาเกื้อกูลกันอย่างสมดุล เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งต่อคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดย สกร.
มุ่งให้การเรียนรู้ด้านเกษตรธรรมชาตินำไปสู่การปฏิบัติจริง และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้
ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี จัดทำฐานข้อมูลและทำเนียบผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรธรรมชาติ โดยรวบรวมบุคลากรที่ผ่านการอบรมเกษตรธรรมชาติ ระดับสูง ที่
สถานการณ์ล่าสุด
ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างเครือข่ายบุคลากรที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลสู่พื้นที่ต่างๆ พร้อมกำชับให้คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการนำองค์ความรู้กลับมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง
เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ขณะเดียวกัน อธิบดี สกร. ได้มอบหมายให้ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) ทั่วประเทศ
สำรวจและจัดทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่รกร้างหรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นแปลงเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ สำหรับประชาชน ชุมชน
มุมมองและผลกระทบ
และครอบครัว ภายใต้แนวคิด “Learn to Earn” เรียนรู้แล้วสร้างรายได้จริง ดร.เกศทิพย์ กล่าวต่อว่า แนวทางดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ตั้งแต่การปลูกพืชผัก
การทำเกษตรธรรมชาติ ไปจนถึงการนำผลผลิตไปจำหน่ายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดจะเข้ามามีบทบาทสนับสนุนทั้งด้านการตลาด การแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต
เพื่อยกระดับ ศฝช. ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต เป็นแหล่งสร้างอาชีพ และเป็นที่พึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง “เกษตรธรรมชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ต้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ การจัดการเรียนรู้จึงต้องเน้นการปฏิบัติจริง มีหลักสูตรที่เหมาะสม และสามารถประเมินผลสัมฤทธิ์จากสิ่งที่ผู้เรียนทำได้จริง นอกจากนี้
ยังมีนโยบายขยายผลการดำเนินงานไปยังจังหวัดและพื้นที่ที่มีความพร้อม โดยนำเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์มาใช้สนับสนุนการเรียนรู้ อาทิ คลิปวิดีโอและสื่อเตรียมความพร้อม
เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้พื้นฐานก่อนเข้าสู่การอบรมในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติเข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น” ดร.เกศทิพย์ กล่าว
อธิบดี สกร. กล่าวต่อว่า การขั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



