ป้อง "อาชญากร" ก่อเหตุซ้ำซาก บังคับใช้ JSOC เฝ้าระวังผู้พ้นโทษ 5 พันคน
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 22:41อ่าน 3 นาที

แม้ว่า ไทยยังไม่ได้มีการยกเลิก “โทษประหารชีวิต”ตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ผลของการลงนามในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR)
ประเด็นสำคัญ
ให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตอาจจะมีผลบังคับตามกฎหมายกับประเทศที่ให้สัตยาบัน หากไม่มีการประหารนักโทษภายใน 10 ปี หลังจากนี้ หากประเทศไทยไม่มีการประหารชีวิตเพิ่มเติม ในวันที่ 18 มิ.ย. 2571
ไทยอาจถูกพิจารณาเป็นประเทศที่ยกเลิกโทษประหารในทางปฏิบัติโดยปริยาย สถิตินักโทษประหารชีวิต ตัวเลขล่าสุดของกรมราชทัณฑ์เมื่อเดือนพ.ค. 2569 อยู่ที่จำนวน 480 คน เป็นชาย 419 คน และหญิง 61
รายละเอียดเพิ่มเติม
คน จากฐานความผิด 3 คดีคือ คดียาเสพติด คดีความผิดทั่วไป และคดีความมั่นคง จำนวนนี้เป็นคดีระหว่างอุทธรณ์ 439 คดี คดีระหว่างพิจารณาฎีกา 13 คดี และคดีเด็ดขาดถึงที่สุด 28 คดี ตั้งแต่ปี
2546 ไทยเปลี่ยน “โทษประหารชีวิต” จาก “ยิงเป้า” มาใช้วิธี “ฉีดยา” มีนักโทษถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาไปแล้ว 7 คน รายล่าสุดที่ถูกบังคับโทษประหารเมื่อปี 2561 เป็นนักโทษเด็ดขาดชายอายุ
26 ปี คดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดในพื้นที่ จ.ตรัง พฤติการณ์ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงเยาวชนวัย 17 ปี รวม 24 แผล เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
สถานการณ์ล่าสุด
และขโมยกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือไป ถือเป็นการกลับมาบังคับโทษประหารชีวิตอีกครั้งในรอบ 9 ปีของประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน
ไทยก็ยังไม่มีการบังคับโทษประหารชีวิตเพิ่มเติมอีกเลย ท่ามกลางคำถามว่า การยกเลิก “โทษประหาร” เป็นการให้โอกาส “ผู้เคยก่อเหตุร้ายแรง” ใน 3 ฐานความผิดข้างต้น กลับตัวกลับใจ
“คืนคนดีกลับสู่สังคม” หรือเป็นการ “เปิดช่อง” ให้ “อาชญากร”กลับมาก่อเหตุอุกฉกรรจ์ซ้ำซาก สร้างความหวาดวิตกต่อผู้คนในสังคม ดังกรณีล่าสุดของ ฑนา หรือ "ป๋อง" และธงชัย หรือ
มุมมองและผลกระทบ
"ธง"ฆาตกรฆ่าฝังดิน 2 พี่น้องรัสเซีย และขยายผลจนนำไปสู่การฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย ที่ถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง แม้ก่อนหน้านี้กระทรวงยุติธรรมจะมี
พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย JSOC ซึ่งบังคับใช้ดูแลความปลอดภัยของสังคม ซึ่งตามมาตรา 16 ของกฎหมาย JSOC
กำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ มีรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ เพื่อพิจารณามาตรการเฝ้าระวังผู้ต้องขังคดีร้ายแรงหลังพ้นโทษ
และต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลสั่งติดกำไล EM ขณะที่ ฑนา หรือ “ป๋อง” มีประวัติต้องโทษมาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเจอหนักสุด ในข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งเข้าเงื่อนไข
พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ต้องตรวจสอบพฤติกรรม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย JSOC แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ แม้จะมีกฎหมายบังคับใช้แล้ว
แต่ได้มีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดหรือไม่ พล.ต.ท.ร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



