ผอ.JIC ขอโลกตรวจข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 09:45อ่าน 3 นาที

ผอ.JIC ไทย ลั่น ไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณีที่สื่อกัมพูชาเผยแพร่ความเห็นของนักวิเคราะห์ที่กล่าวหาว่า
ประเทศไทยไม่ให้ความสำคัญกับองค์การสหประชาชาติ (UN) หลังรัฐบาลไทยทักท้วงรายงานของนาย Tom Andrews ผู้อำนวยการ JIC นั้น ผอ. JIC ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหากับสหประชาชาติ
รายละเอียดเพิ่มเติม
และให้ความสำคัญกับ UN มาโดยตลอด พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการคือการปกป้องข้อเท็จจริง โดยการเคารพ UN ไม่ได้หมายความว่า เมื่อมีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยแล้ว
ไทยจะต้องยอมรับข้อมูลทั้งหมดโดยไม่สามารถตั้งคำถามได้ “หากข้อมูลใดยังไม่ครบถ้วน ไทยมีสิทธิชี้แจง หากตัวเลขใดยังมีข้อสงสัย ไทยมีสิทธิขอให้ตรวจสอบ และหากข้อกล่าวหาใดกระทบต่อประเทศไทย
ไทยก็มีหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริงของเรา” ผอ. JIC กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การต่อต้าน UN แต่เป็นการทำงานผ่านกระบวนการสากลอย่างตรงไปตรงมา การไม่ตอบภายใน 2 วัน
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่เท่ากับไม่ให้ความสำคัญ UN เมื่อถามว่ากรณีที่มีการวิจารณ์ว่า นาย Andrews ส่งร่างถ้อยแถลงให้ฝ่ายไทยล่วงหน้า 2 วัน แต่ไทยไม่ได้ตอบกลับ
จึงถูกมองว่าสะท้อนถึงการไม่ให้ความสำคัญกับสหประชาชาติ ผอ. JIC กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องแยก “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “การตีความ” การไม่ได้ตอบเอกสารภายในระยะเวลา 2 วัน
กับการไม่ให้ความสำคัญกับสหประชาชาติ เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง” ทั้งนี้ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องทั้งด้านความมั่นคง เขตแดน การทหาร สิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศ
มุมมองและผลกระทบ
ข้อมูลจึงจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบและการประสานงานจากหลายหน่วยงาน “เรื่องระดับประเทศ ความถูกต้องสำคัญกว่าความรวดเร็ว” พล.อ.อ.ประภาส ยังระบุอีกว่า
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังสื่อสารอย่างเป็นทางการและชัดเจน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณา มากกว่าการนำกรอบเวลาการตอบเอกสารเพียง 2 วันมาตีความว่าไทยไม่ให้ความสำคัญกับ UN
ส่วนกรณีตัวเลขชาวกัมพูชาที่เคยอพยพถึง 650,000 คน ซึ่งนาย Andrews ระบุว่าอ้างอิงจากรายงานของ UN นั้น ผอ. JIC กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ประเทศไทยไม่ได้บอกให้ปฏิเสธตัวเลขเพียงเพราะตัวเลขดังกล่าวมาจากฝ่ายใด โดยสิ่งที่ประเทศไทยตั้งคำถามเป็นไปตามหลักสากล ได้แก่ ตัวเลขมาจากไหน ,เก็บข้อมูลเมื่อใด ,ครอบคลุมพื้นที่ใด ,
ใช้วิธีการนับอย่างไร ,และผ่านการตรวจสอบไขว้หรือไม่ ซึ่งถ้าตัวเลขถูกต้อง ก็ต้องสามารถอธิบายและตรวจสอบได้ “ยิ่งเป็นตัวเลขที่ถูกนำไปใช้ในเวทีระหว่างประเทศ
และอาจมีผลต่อการรับรู้ว่าใครต้องรับผิดชอบ ยิ่งจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการตรวจสอบที่สูง คำว่า ‘UN’ ไม่ควรถูกใช้เพื่อปิดการตั้งคำถาม แต่ควรเป็นหลักประกันว่าข้อมูลสามารถตรวจสอบได้”
ผอ. JIC กล่าว ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชา ระบุว่า นาย Andrews ลงพื้นที่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



