อุตสาหกรรมการบินญี่ปุ่นกระอัก รับแรงกระแทกต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง-เยนผันผวน JAL-ANA โต รายได้โต แต่กำไรร่วง
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 12:52อ่าน 3 นาที

Japan Airlines ( JAL ) เผยผลประกอบการไตรมาสระหว่างเดือนเมษายน–มิถุนายนที่น่าสนใจว่า แม้รายได้รวมจะทะยานขึ้นเป็นสถิติสูงสุด แต่กำไรสุทธิกลับหดตัวลงอย่างมาก
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หลังรับแรงกระแทกจากต้นทุนเชื้อเพลิงและปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน โดยสรุปแล้ว รายได้ของ JAL ในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น 11.2% แตะ 5.2 แสนล้านเยน
ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ขณะที่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 80.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือเพียง 5.3 พันล้านเยน (ประมาณ 34 ล้านดอลลาร์) ส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี
รายละเอียดเพิ่มเติม
(EBIT) อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านเยน ลดลง 72.1% สาเหตุสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่พุ่งขึ้นกว่า 18.7%
ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมทั้งผลกระทบจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ทำให้ภาพรวมต้นทุนทั้งหมดสูงขึ้น ยูจิ ไซโตะ
ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ JAL ให้ความเห็นว่า ปีที่แล้วบริษัทได้รับอานิสงส์จากสภาพตลาดเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้อต่อผลกำไร
สถานการณ์ล่าสุด
รวมทั้งการขายทรัพย์สินบางส่วนที่ช่วยหนุนตัวเลขกำไรในไตรมาสก่อนหน้า แต่ปีนี้การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้ฉุดผลประกอบการลงอย่างชัดเจน ในช่วงเวลาเดียวกัน คู่แข่งอย่าง ANA Holdings
ก็รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิลดลง 15.4% เหลือ 1.94 หมื่นล้านเยน สวนทางกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น 22.6% สู่ 6.72 แสนล้านเยน
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาพรวมอุตสาหกรรมการบินญี่ปุ่นกำลังเติบโตด้านรายได้ แต่ถูกบีบจากต้นทุน เพื่อรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น ทั้งสายการบิน JAL และ ANA
มุมมองและผลกระทบ
จึงปรับขึ้นค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน (fuel surcharge) สำหรับตั๋วระหว่างประเทศเป็นประมาณ 2 เท่าตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม และต่อมาสำหรับตั๋วที่ซื้อในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม
ได้ปรับขึ้นอีกครั้ง โดยค่าชดเชยสูงสุดในเส้นทางไปอเมริกาเหนือและยุโรปอยู่ที่ 6.5 หมื่นเยน เพิ่มขึ้น 9,000 เยนจากช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน แม้จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของ JAL
ในไตรมาสนี้จะลดลงเล็กน้อย 0.4% แต่รายได้จากการให้บริการผู้โดยสารระหว่างประเทศกลับเพิ่มขึ้น 14.4% เป็น 1.84 แสนล้านเยน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทได้เน้นเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้โดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น
การเดินทางเพื่อธุรกิจจากญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง สวนทางกับการเดินทางเพื่อพักผ่อนเริ่มอ่อนแอลงซึ่งทำการท่องเที่ยวขาออกอยู่ในสถานะที่แย่กว่าปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม
หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้เข้าดูแลค่าเงินเยนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เยนแข็งค่าขึ้นมาประมาณ 155 เยนต่อดอลลาร์ในเช้าวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2026
ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ JAL ย้ำว่า เงินเยนที่แข็งค่าจะช่วยบรรเทาต้นทุนอุปกรณ์และเชื้อเพลิง
ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการในไตรมาสถัดไปมีแนวโน้มปรับดีขึ้น สุดท้าย JAL ยังค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



