จับตา อิหร่าน เปลี่ยนตัว เลขาฯสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งอดีตผบ.IRGC นั่งแทน
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 17:38อ่าน 3 นาที

จับตา อิหร่าน เปลี่ยนตัว เลขาฯสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งอดีตผบ.IRGC นั่งแทน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน
ประเด็นสำคัญ
โดยเมื่อวันอาทิตย์(9 ส.ค.) ได้มีการประกาศแต่งตั้งนายโมห์เซน เรซาอี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม(IRGC)
ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด(SNSC)ของอิหร่านคนใหม่ ซึ่งถือเป็นผู้นำเบอร์ 2 ของ SNSC หน่วยงานที่มีหน้าที่ประสานงานด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศของอิหร่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
เป็นรองจากประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน ซึ่งเป็นประธาน SNSC โดยตำแหน่ง
คำประกาศแต่งตั้งดังกล่าวซึ่งประกาศโดยรองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของประธานาธิบดีเปเซชกียานเมื่อวันอาทิตย์ เป็นไปภายใต้คำสั่งของนายโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
ที่แต่งตั้งให้นายเรซาอี เป็นเลขาธิการ SNSC แทนนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลกาเดอร์ ที่เพิ่งรับตำแหน่งนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนายอาลี ลาริจานี เลขาธิการ SNSC คนก่อน
สถานการณ์ล่าสุด
ถูกสังหารเสียชีวิตในระหว่างการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล ยังไม่มีการให้เหตุผลในการเปลี่ยนตัวเลขาธิการ SNSC
และยังไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายใดๆ ของอิหร่านหรือไม่ เรซาอี ในวัย 71 ปี เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม
(IRGC) ระหว่างปี 1981 ถึง 1997 รวมถึงในช่วงเวลาทำศึกสงครามอิหร่าน-อิรัก และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจระหว่างปี 2021 ถึง 2023 ในรัฐบาลของประธานาธิบดีสายแข็งกร้าวอย่าง
มุมมองและผลกระทบ
อิบราฮิม ไรซี เรซาอีถูกมองว่าเป็นบุคคลสาธารณะที่มักแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมามากกว่านายโซลกาเดอร์ ผู้ที่ในคำสั่งของโมจตาบายังแต่งตั้งให้นายโซลกาเดอร์
เป็นที่ปรึกษาทางการเมืองของเขาด้วย นอกจากนี้ โมจตาบายังแต่งตั้งให้นายเรซาอี เป็นผู้แทนของเขาใน SNSC ร่วมกับนายซาอีด จาลิลี ซึ่งเป็นกลุ่มสายแข็งเช่นเดียวกัน
โดยคำสั่งของโมจตาบาได้ระบุถึง “ประสบการณ์อันทรงคุณค่า” ของเรซาอี รวมถึงบทบาทของเขาในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรักระหว่างปี 1980-1988
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การเปลี่ยนแปลงภายในโครงสร้างอำนาจอิหร่านครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวในวันเสาร์(8 ส.ค.)ว่า อิหร่านและโอมาน
“ใกล้จะบรรลุข้อตกลง” เกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแทบจะถูกปิดโดยสมบูรณ์ในช่วง 5 เดือนของสงคราม อย่างไรก็ตาม
การเปิดเส้นทางดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่นๆ รวมถึงการที่สหรัฐต้องจ่ายค่าชดเชยให้อิหร่าน ต่อมานายโซลกาเดอร์ได้ออกมาระบุข้อเรียกร้องอื่นๆ ของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ซึ่งรวมถึงการยุติการคุกคามอิหร่านของสหรัฐ การยกเลิกการปิดล้อมและคว่ำบาตรอิหร่าน รวมถึงการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่าน ทั้งนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC)ของอิหร่าน
ซึ่งมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประธานโดยตำแหน่ง เป็…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



