‘วันวิชิต’ ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 10:46อ่าน 3 นาที

1 สิงหาคม 2569 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว.
ประเด็นสำคัญ
ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย
โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า การพูดคุย การล็อบบี้ หรือการนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนคะแนน จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของระบบ
รายละเอียดเพิ่มเติม
และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง แต่มีความพยายามประสานและจัดตั้งกันในแทบทุกเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสีน้ำเงิน สีส้ม หรือสีแดง อย่างไรก็ตาม
การพิจารณาว่าพฤติการณ์ใดเข้าข่ายการฮั้วหรือกระทำผิดกฎหมาย จะต้องแยกออกจากการพูดคุยแนะนำตัวตามปกติ
โดยจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและเชื่อมโยงถึงการสั่งการหรือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ที่ชัดเจน เช่น เอกสาร คลิปเสียง ภาพถ่าย ข้อมูลการเดินทาง
สถานการณ์ล่าสุด
หรือเส้นทางการเงินที่สอดคล้องกับช่วงเวลาการลงคะแนน และเงินนั้น เป็นไปเพื่อกำหนดผลโหวต “ถ้ามีเพียงคำบอกเล่าของบุคคล หรือการนำเหตุการณ์หลายอย่างมาเชื่อมโยงกันตามข้อสันนิษฐาน
น้ำหนักในกระบวนการยุติธรรมอาจยังไม่เพียงพอ เพราะพยานบุคคลบางส่วนอาจเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือก
จึงต้องมีพยานหลักฐานแวดล้อมมาสนับสนุนให้เห็นถึงพฤติการณ์การทุจริตอย่างเป็นระบบ” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุด้วยว่า
มุมมองและผลกระทบ
การพบเอกสารรายชื่อหรือข้อมูลตัวเลขผู้สมัครเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าเป็นหลักฐานของการฮั้ว เนื่องจากขาดเส้นเงินเชื่อมโยง
และผู้สมัครอาจจัดทำรายชื่อเพื่อใช้จดจำผู้สมัครคนอื่น หรือใช้วางแนวทางการลงคะแนนภายใต้ระบบที่ต้องเลือกกันเอง ส่วนกรณีการโอนเงินระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร สว.
ต้องพิจารณารายละเอียดของความสัมพันธ์และวัตถุประสงค์ในการโอนเป็นรายกรณี หากเป็นการโอนเงินตามปกติ เช่น ค่าเดินทาง ค่าดำเนินการ หรือค่าใช้จ่ายระหว่างทีมงาน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ย่อมยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นการซื้อเสียง แต่หากพบว่าเป็นการโอนเงินในช่วงก่อนหรือหลังลงคะแนนไม่นาน ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการทำงานรองรับ
และมีหลักฐานระบุชัดว่าเป็นค่าตอบแทนในการเลือก สว. ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะมีน้ำหนักแตกต่างออกไป ผศ.ดร.วันวิชิต เห็นว่า ปัญหาสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการออกแบบระบบเลือก สว.
ที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้บุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้ามามีส่วนร่วม และให้ผู้สมัครเลือกกันเอง แต่ประเทศไทยยังไม่มีประสบการณ์กับระบบลักษณะนี้มากนัก
จึงทำให้เกิดข้อสงสัยและการตีความแตกต่างกัน ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ควรกำหนดแนวทางให้ชัดเจนว่า การกระทำลักษณะใดสามารถทำได้ และพฤติการณ์แบบใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สมัครและประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน “เมื่อระบบกำหนดให้ผู้สมัครต้องเลือกก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



