iLaw ขีดเส้นตาย กกต. สั่งฟ้อง 229 ผู้ต้องสงสัยคดีฮั้ว สว. ขู่จ่อเปิดเผยสำนวน หากมีการละเว้นใคร
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 18:31อ่าน 3 นาที

โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw นำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ประกาศมาตรการตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ประเด็นสำคัญ
โดยเรียกร้องให้ดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยจำนวน 229 คนในคดีข้อครหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมระบุว่าหาก กกต. มีมติไม่สั่งฟ้องหรือละเว้นบุคคลใด
จะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีสืบสวนสอบสวนต่อสาธารณชน ในเวทีเสวนา ‘ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว.’ วันนี้ (23 สิงหาคม) ซึ่งเป็นเวทีที่นำเสนอพยานหลักฐานและคำให้การของอดีตผู้สมัคร
รายละเอียดเพิ่มเติม
สว. ที่เชื่อมโยงกับพฤติการณ์การซื้อเสียงและการแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง ในเวทีเสวนาดังกล่าว หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน
ได้เปิดเผยพฤติการณ์การเสนอผลประโยชน์ทางการเงินในหลายระดับ หทัยรัตน์ระบุว่า ในการเลือกระดับประเทศ ตนได้รับการติดต่อจากบุคคลที่ได้รับเลือกเป็น สว. รายหนึ่ง
เสนอเงินจำนวนหลักแสนบาทเพื่อให้เข้าร่วมกลุ่ม นอกจากนี้ยังพบกรณีที่คนรู้จักนำรายชื่อ สว. 19 คน ไปเสนอต่อผู้มีอำนาจในพรรคการเมืองเพื่อแลกกับการลงมติเลือกประธานวุฒิสภา
สถานการณ์ล่าสุด
โดยเรียกรับค่าตอบแทนรายละ 3 ล้านบาท หทัยรัตน์ยังกล่าวถึงกรณีผู้สมัครจังหวัดกาญจนบุรีที่ได้รับการเสนอเงิน 500,000 บาทจากตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หทัยรัตน์ได้แสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการยกเลิกระบบ สว. เนื่องจากมองว่ากระบวนการดังกล่าวถูกแทรกแซงจนไม่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ตามระบอบประชาธิปไตยได้ ด้าน
ณัฐพงษ์ สาโรจน์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 17 อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเข้าเป็นพยานในคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้นำเสนอหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงิน
มุมมองและผลกระทบ
เป็นบันทึกการโอนเงินจำนวนรวม 32,000 บาท จากผู้ช่วยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังผู้สมัคร สว. 10 คน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นระยะเวลา 1
วันก่อนการเลือกระดับจังหวัด บันทึกดังกล่าวระบุเหตุผลการโอนเงินในส่วนของตนจำนวน 2,000 บาท ว่าเป็นค่าเช่าพระเครื่อง แต่นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าตนไม่เคยมีการเช่าพระเครื่องแต่อย่างใด
และปัจจุบันหลักฐานชิ้นนี้ได้ถูกส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของ DSI แล้ว ขณะที่ เพียรพร ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ได้กล่าวถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับความผิดปกติในกระบวนการเลือกตั้ง ตั้งแต่การรวมกลุ่มอาชีพที่ไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติ การแต่งกายด้วยเสื้อสีสัญลักษณ์เฉพาะกลุ่ม การใช้โพยลงคะแนน
และผลการนับคะแนนในรอบไขว้ที่ตรงกันเป็นจำนวนมาก เพียรพรระบุเพิ่มเติมว่า ตนได้รับการติดต่อและกดดันจากอดีต สส. จังหวัดแม่ฮ่องสอนก่อนการเลือกตั้ง
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ที่ปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปแม้จะมีข้อกังขาจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนวนคดี
โดยระบุถึงความผิดปกติในการจัดการที่พักและการสื่อสารของผู้สมัคร โดย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



