ลูกชาย ‘ซูจี’ ชี้เป็นความคืบหน้าเชิงบวก หลัง ICRC ได้พบมารดา หวังได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 11:11อ่าน 2 นาที

ลูกชาย ‘ซูจี’ ชี้เป็นความคืบหน้าเชิงบวก หลัง ICRC ได้พบมารดา หวังได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข จากกรณีที่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม รัฐบาลเมียนมา ได้เผยแพร่ภาพของ นาง
ประเด็นสำคัญ
ออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนของเมียนมา ในวัย 81 ปี ที่ถูกกองทัพรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อปี 2021 ขณะพบปะกับผู้แทนของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ที่กรุงเนปยีดอ
ประเทศเมียนมา ถือเป็นการเผยแพร่ภาพของนางซูจีต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ได้รับการลดหย่อนโทษ จากการถูกขังมาคุมตัวอยู่บ้านพักแทน เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยยังเหลือโทษจำคุกอยู่อีก 18 ปี อย่างไรก็ตาม หลังการถูกลดโทษก็ไม่มีใครได้พบกับซูจีเลย และไม่มีใครรู้ว่า ซูจี ถูกกักตัวอยู่ที่ใด และมีสุขภาพเป็นอย่างไร
ไม่มีผู้นำต่างชาติคนใดหรือทูตคนใดได้เข้าพบนางซูจีอีกเลย ทำให้นายคิม อาริส บุตรชายของซูจี พยายามออกมาเรียกร้องให้ทางการเมียนมาออกมายืนยันว่า มารดายังอยู่ดี รอยเตอร์รายงานว่า
หลังการเผยแพร่ภาพของซูจีล่าสุด นายคิม อาริส บุตรชายซูจี ซึ่งอาศัยอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อการปรากฏตัวของผู้เป็นมารดาอีกครั้งว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ถือเป็นความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับมารดาของเขาในรอบกว่า 5 ปี ในแถลงการณ์ของของ คิม อาริส ระบุว่า “นี่อาจจะเป็นก้าวแรก แต่ต้องไม่ใช่ก้าวสุดท้าย” และว่า
“ผมหวังว่านี่จะนำไปสู่ความคืบหน้าด้านมนุษยธรรม รวมถึงการติดต่อโดยตรงกับมารดาของผม การเข้าถึงสำหรับครอบครัวของเรา
ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเธอ และท้ายที่สุด คือการปล่อยตัวเธอโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข พร้อมกับนักโทษการเมืองทั้งหมด”
มุมมองและผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม คิม อาริส กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ICRC ไม่สามารถส่งแพทย์เข้าไปตรวจร่างกายของมารดาของเขาได้ แต่มารดาของเขาดูมีสุขภาพดีและอารมณ์ดี
“นี่เป็นหลักฐานอิสระชิ้นแรกที่ผมได้รับว่า มารดาของผมยังมีชีวิตอยู่มานานแล้ว ดังนั้นมันจึงมีความหมายอย่างยิ่ง” ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คิม อาริส
ได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า เขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาหัวใจ กระดูก และเหงือกของแม่เขาเพียงเล็กน้อย และไม่ได้ยินข่าวคราวจากใครเลย และไม่ได้ติดต่อกับมารดามาหลายปีแล้ว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



