ทุบสถิติ! GULF กำไรไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.23 หมื่นล.
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 18:39อ่าน 3 นาที

GULF กำไรดำเนินงานไตรมาส 2 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 74% แตะ 1.23 หมื่นล้านบาท รายได้รวมทะลุ 5 หมื่นล้านบาท รุก Data Center และ AI นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์
ประเด็นสำคัญ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74%
รายละเอียดเพิ่มเติม
สะท้อนการเติบโตของธุรกิจพลังงานและการลงทุนในธุรกิจดิจิทัลที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โดยโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และกัลฟ์ ปลวกแดง (GPD)
มียอดจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ส่งผลให้อัตราการเดินเครื่องและผลกำไรปรับตัวดีขึ้น ส่วนโรงไฟฟ้าในกลุ่ม GJP
ทั้งโครงการกัลฟ์ อุทัย และกัลฟ์ หนองแซง ก็มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
สถานการณ์ล่าสุด
บริษัทรับรู้กำไรเพิ่มขึ้นจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการโซลาร์ฟาร์มพร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเป็น 12 โครงการ
กำลังผลิตรวม 1,129 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กำไรจากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 153% จากปีก่อน สำหรับโครงการพลังงานลมในประเทศไทยและเวียดนามมีผลประกอบการดีขึ้น
หลังความเร็วลมเพิ่มขึ้นและเวียดนามปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าใหม่ ธุรกิจทรัพยากรยังเติบโตต่อเนื่อง โดยส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ PTT NGD เพิ่มขึ้น 65% ตามราคาน้ำมันเตาที่ปรับตัวสูงขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
ธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ภายใต้ GLNG และ HKH มีกำไรเพิ่มขึ้น 157% จากปริมาณการนำเข้าที่สูงขึ้นและการบริหารพอร์ต LNG อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทนำเข้า LNG
แล้ว 37 ลำ หรือประมาณ 2.4 ล้านตัน อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญมาจากการลงทุนใน AIS ซึ่งสร้างส่วนแบ่งกำไรให้ GULF จำนวน 4,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ
(ARPU) ทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์ รวมถึงการบริหารต้นทุนโครงข่ายและคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังรับเงินปันผลจากการลงทุนใน KBANK จำนวน 2,842 ล้านบาท
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุน 51% ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำปากลายให้กับ J-Power อีก 1,928 ล้านบาท สำหรับ EBITDA ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 18,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อน
ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 12,446 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 2/2568 มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการกับ INTUCH
กว่า 56,120 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 815,968 ล้านบาท หนี้สินรวม 468,364 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 347,604 ล้านบาท
โดยอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.06 เท่า เพิ่มขึ้นจาก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



