กทม. จับมือ GISTDA ลงนามใช้เทคโนโลยีอวกาศ ดึงข้อมูลดาวเทียมเฝ้าระวัง PM2.5 น้ำท่วม คลื่นความร้อน ยกระดับสู่ Smart City
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 16:07อ่าน 3 นาที

วันนี้ (11 สิงหาคม) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)
ประเด็นสำคัญ
ว่าด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนางานวิจัยและการบริการด้านภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขเชิงพื้นที่ในเขตเมือง ณ ห้องรัตนโกสินทร์
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร พิธีลงนามดังกล่าวมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ร่วมเป็นสักขีพยาน
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยมี วรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และ กานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการ GISTDA เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย ผู้บริหาร กทม. ผู้บริหาร GISTDA
และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการบริหารจัดการเมือง เพื่อรับมือกับความท้าทายและภัยคุกคามรอบด้าน
ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM2.5 อุทกภัยและน้ำท่วมขัง ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนในเขตเมือง จุดความร้อน การบริหารจัดการพื้นที่สีเขียว ตลอดจนโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ
สถานการณ์ล่าสุด
และสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กทม. และ GISTDA จะร่วมกันนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลเซ็นเซอร์จาก GISTDA มาเชื่อมโยงกับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ
และข้อมูลเชิงพื้นที่ของ กทม. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูล แผนที่ และเครื่องมือวิเคราะห์เชิงพื้นที่ในระดับเขตและชุมชน ช่วยให้สามารถติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง วางแผน
และกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที สำหรับกรอบความร่วมมือสำคัญมี 4 ข้อ ได้แก่ บูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยี เชื่อมโยงภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลเชิงพื้นที่
มุมมองและผลกระทบ
และระบบเซ็นเซอร์ พัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ระดับพื้นที่ สร้างระบบแผนที่และเครื่องมือวิเคราะห์เชิงพื้นที่ในระดับเขตและชุมชน ยกระดับศักยภาพบุคลากร:จัดฝึกอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ
และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม ร่วมสร้างสรรค์งานวิจัยและเผยแพร่ผลการดำเนินงาน ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม.
ไม่มีความรู้เรื่องนี้ GISTDA จึงได้เข้ามาเป็นผู้ช่วย ซึ่งได้มีการใช้งานร่วมกันมาก่อนหน้านี้แล้วในเรื่องฝุ่น และในอนาคตจะขยายไปอีกหลายมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม น้ำท่วม ฝนตก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สภาพภูมิศาสตร์ รวมถึงเรื่องความร้อน การนำข้อมูลตรงนี้มาใช้จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็น Smart City ที่แท้จริง เชื่อว่าจะทำประโยชน์ให้ประชาชนได้มากขึ้น ทั้งนี้
หากสามารถติดตั้งสัญญาณเตือนตามแนวพรมแดนได้ ก็อาจจะทำให้สามารถเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้ประมาณ 2 นาที ในส่วนของ GISTDA เชื่อว่าสามารถช่วยดูเรื่องภัยพิบัติได้หลากหลาย
ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้จะทำให้เตรียมตัวรับมือได้ดีขึ้น โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีอาคารประมาณ 16,000 อาคาร ที่ต้องมีการตรวจสอบโครงสร้าง ซึ่ง กทม. จะเร่งรัดให้ตรวจสอบและร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



