‘GDH’ พลิกเกมฝ่าวิกฤตตลาดหนังไทยหดตัว เดินหน้าดันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 10:20อ่าน 3 นาที

‘GDH’ พลิกเกมฝ่าวิกฤตตลาดหนังไทยหดตัว เดินหน้าดันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ เมื่อพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนและขนาดตลาดหนังในไทยเล็กลง GDH จึงไม่หยุดอยู่แค่การเป็นค่ายหนังในประเทศอีกต่อไป จินา โอสถศิลป์ แม่ทัพใหญ่แห่ง GDH เผยถึงก้าวต่อไปที่มุ่งนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ต่อยอดสู่สากล ดันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศพุ่งแตะ 50% พร้อมกางแผนภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แอนิเมชัน และการหวนคืนจอของซีรีส์ในตำนานอย่าง ‘เนื้อคู่ประตูถัดไป’ ที่เตรียมจ่อคิวฉายยาวไปถึงปีหน้า ทำหนังเป็นอาชีพสู่การยกระดับ IP ไทยในเวทีโลก เป้าหมายสำคัญของ GDH ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้คือคำว่า “ทำหนังเป็นอาชีพ” ซึ่งหมายถึงนายทุนต้องไม่ขาดทุน และคนทำงานต้องเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่เมื่อเผชิญกับความท้าทายที่ตลาดภาพยนตร์ไทยหดตัวลงจากยุคก่อนโควิด (ที่เคยมีมูลค่ารวมราว 5,000 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันเหลือเพียง 2,000-3,000 ล้านบาท) GDH จึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยการสร้างงานที่พิถีพิถันเพื่อส่งออกไปทั่วโลก “วันนี้หนังไทยและอุตสาหกรรมไทยโดยรวมมันไปไกลกว่าแค่ในประเทศแล้ว จากเดิมที่เราไปแค่ในอาเซียน ปัจจุบันตลาดเรากว้างขึ้นไปถึงยุโรป ลาตินอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จนรายได้จากต่างประเทศของ GDH ขยับขึ้นมาถึง 50% แล้ว” นอกจากการฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว การนำ IP (Intellectual Property) ที่สะสมมานานไปต่อยอดคืออีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการขายสิทธิ์รีเมกหนังคลาสสิกอย่าง ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ให้กับอินโดนีเซีย หรือ ‘แฟนเดย์…แฟนกันแค่วันเดียว’ ที่ถูกซื้อไปรีเมกในอินเดีย ไปจนถึงการขยาย IP สู่สินค้าและบริการอื่นๆ เช่น การทำบอร์ดเกมจากเรื่อง ‘โกฮัง..หัวใจโกโฮม’ การผลิตสินค้า Merchandise และการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อพัฒนาหลักสูตรการศึกษาด้านภาพยนตร์ สัญญาระยะยาวกับ Netflix และมนต์ขลังของโรงภาพยนตร์ แม้สตรีมมิ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ จนทำให้เกิดคำถามว่า “คนจะรอชมในแพลตฟอร์มแทนการไปโรงหนังหรือไม่?
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
” แต่ GDH ยังคงเชื่อมั่นในมนต์เสน่ห์ของโรงภาพยนตร์ โดยปัจจุบัน GDH ถือเป็นค่ายหนังที่ทาง Netflix ยอมทำสัญญาระยะยาวแบบ Exclusive Partner (อัปเดตสัญญาใหม่ทุกๆ 3 ปี) ซึ่งมีเงื่อนไขว่าภาพยนตร์จะต้องทิ้งระยะเวลา 4 เดือนหลังจากออกจากโรงภาพยนตร์ จึงจะสามารถลงสตรีมมิ่งได้ โจทย์ใหญ่ของคนทำหนังจึงอยู่ที่การพัฒนาบิ๊กไอเดียให้แข็งแรงพอที่จะดึงคนออกจากบ้าน เพราะการดูหนังที่เน้นประสบการณ์ร่วม ทั้งภาพ เสียง ความกลัว และความซาบซึ้ง ยังคงเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากการนั่งดูที่บ้าน กางโผโปรเจกต์เด่นปี 2026 – 2027 หลังจากครึ่งปีแรกของ 2026 GDH ได้ส่ง ‘Human Resource พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)’ ไปตระเวนฉายในเทศกาลระดับโลกถึง 46 แห่ง รวมถึง World Premiere ที่เทศกาลเวนิส และปล่อย ‘โกฮัง..หัวใจโกโฮม’ ไปสร้างปรากฏการณ์กระตุ้นการรับเลี้ยงสุนัขจรจัดพร้อมทำรายได้ถล่มทลายในต่างประเทศไปแล้ว ในช่วงครึ่งปีหลั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



