ชุดตรวจ G6PD คว้าชัย Falling Walls Lab Bangkok 2026 เป็นตัวแทนไทยสู่เวทีโลกที่เบอร์ลิน
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 20:20อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวทีประกวดไอเดียนานาชาติ Falling Walls Lab Bangkok 2026 ปิดฉากลงที่โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ หลังเปิดให้นักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ประชันไอเดียกว่า 35
ประเด็นสำคัญ
ผลงาน โดยผู้เข้ารอบแต่ละคนมีเวลาเพียง 3 นาทีในการนำเสนอแนวคิดที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลก ผลการแข่งขันปรากฏว่า Beatriz Aira Jacob เจ้าของไอเดียพัฒนาชุดตรวจพันธุกรรม ณ จุดตรวจ
(Point-of-Care) สำหรับภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD คว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมได้รับเลือกเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน Falling Walls Lab Finale ที่กรุง เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในเดือนพฤศจิกายนนี้ Beatriz เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของไอเดียคือการพัฒนาชุดตรวจภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ให้สามารถนำไปใช้งานได้จริง
โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลงานได้รับเลือกไม่ใช่เพียงคุณภาพของนวัตกรรม แต่คือการสื่อสารข้อมูลที่ซับซ้อนให้คณะกรรมการเห็นอย่างชัดเจนว่า
ผลงานดังกล่าวจะเข้าไปแก้ปัญหาและเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้อย่างไร ปัจจุบันนวัตกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นจดสิทธิบัตร
สถานการณ์ล่าสุด
และทดสอบความแม่นยำทางคลินิกร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่ายหลายแห่ง “เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การจบงานวิจัย แต่คือการผลักดันให้ชุดตรวจนี้สามารถผลิตได้จริง และทุกคนเข้าถึงและใช้งานได้จริง”
Beatriz กล่าว สำหรับ Falling Walls Lab Bangkok 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับองค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมนี (DAAD)
โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เพ็ญนภา กาญจนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว.
มุมมองและผลกระทบ
กล่าวว่า Falling Walls Lab Bangkok เป็นรูปธรรมหนึ่งของความร่วมมือไทย-เยอรมนีด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา ซึ่งเปิดโอกาสให้องค์ความรู้เคลื่อนไหวระหว่างสองประเทศ
และช่วยให้นักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับนักคิดระดับโลก ด้าน สเวตา คานนัน เลขานุการเอกฝ่ายสื่อสารและวัฒนธรรม
สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ระบุว่า ความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนีที่ดำเนินมากว่า 160 ปี ไม่ได้อยู่เพียงในหน้าประวัติศาสตร์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ยังสะท้อนผ่านนักวิจัยรุ่นใหม่ที่กำลังนำไอเดียของตนเองไปสู่กรุงเบอร์ลิน พร้อมเรียกเวทีนี้ว่าเป็น “การทูตระหว่างความคิด” เฟลิกซ์ วาเกนเฟลด์ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาค DAAD
ประจำกรุงฮานอย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ DAAD มีส่วนร่วมกับเวทีนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดไม่ใช่เพียงคุณภาพของผลงานที่พัฒนาขึ้นในแต่ละปี
แต่ยังรวมถึงความกล้าของนักวิจัยรุ่นใหม่ในการนำเสนอความคิดของตนเองต่อสาธารณะ ขณะที่ ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ จาก สจล. กล่าวว่า
เวทีดังกล่าวทำหน้าที่เชื่อมระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยเข้ากับเครือข่ายระดับโลก เปิดทางให้องค์ความรู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย พร้อมกับผลักด…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



