ศาลยกฟ้อง พิ้งกี้-ครอบครัว คดี Forex 3D ชี้เป็นเพียงนักลงทุน สั่งคุก อภิรักษ์ กับพวก 4.9 หมื่นปี ชดใช้เหยื่อ 2.4 พันล้าน
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 17:59อ่าน 3 นาที

วันนี้ (13 สิงหาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี Forex 3D หมายเลขดำที่ อ853/2564 ซึ่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร,
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
บริษัทที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยนักแสดงพิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช, มารดา, พี่ชาย และพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ คดีนี้สืบเนื่องจากพฤติการณ์ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ถึง 8 กันยายน 2563 กลุ่มจำเลยได้ร่วมกันหลอกลวงประชาชนผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก ‘Forex 3D’
รายละเอียดเพิ่มเติม
อ้างว่ามีทีมงานมืออาชีพนำเงินไปลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยการันตีเงินต้น 100% ไม่มีการขาดทุน ทำให้มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนกว่า 9,822 ราย มูลค่าความเสียหายสูงถึง
2,489 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีการนำเงินไปลงทุนเทรดเงินจริง และบริษัทไม่เคยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
เป็นเพียงการนำเงินจากนักลงทุนรายใหม่มาจ่ายหมุนเวียนให้รายเก่าในลักษณะแชร์ลูกโซ่ และมีการจ้างเปิดบัญชีม้าจำนวนมากเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า
สถานการณ์ล่าสุด
กลุ่มผู้บริหารและแกนนำหลักมีพฤติการณ์หลอกลวงจริง จึงมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก อภิรักษ์ โกฎธิ (จำเลยที่ 1) บ.อาร์เอ็มเอสแฟมิเลียจก.โดยสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช (จำเลยที่
2)บ.มีดีเพย์จก.โดย ศิษฎ์ธนาฒย์ โพธิเงิน ( จำเลยที่ 3 ), สุภิญโญ มีสมปราชญ์ (จำเลยที่ 5 ผู้เขียนโปรแกรม), ณัฐธีร์ หรือวาริท (จำเลยที่ 9 เลขาส่วนตัวอภิรักษ์), ธรรศิวรรฒ ฉันทานุกูล
(จำเลยที่ 11 ผู้ดูแลเอกสาร) และ ภคมน สีลุน (จำเลยที่ 21 ภรรยาของอภิรักษ์) ในความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นบทลงโทษที่หนักที่สุด ทั้งนี้ศาลสั่งจำคุกกระทงละ 5 ปี
มุมมองและผลกระทบ
จำนวน 9,822 กระทง รวมจำคุกคนละ 49,110 ปี อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดโทษจำคุกสูงสุดไว้ที่ 20 ปี จึงให้จำคุกจำเลยทั้ง 5 คน คนละ 20 ปี พร้อมสั่งปรับบริษัทจำเลยที่ 2 และ 3 รวมเป็นเงิน
4,911 ล้านบาท และให้กลุ่มจำเลยที่กระทำผิดร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย สำหรับกลุ่มของนักแสดงสาว พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช (จำเลยที่ 7), สรินยา มารดา
(จำเลยที่ 8) และ กิตติเชษฐ์ พี่ชาย (จำเลยที่ 6) ศาลพิจารณาพยานหลักฐานเส้นทางการเงินที่โจทก์นำสืบ แม้จะพบเงินหมุนเวียนกว่า 40 ล้านบาท
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และมีความสนิทสนมกับอภิรักษ์มาตั้งแต่ก่อนตั้งบริษัท แต่เส้นทางการเงินดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทน และเงินลงทุนสอดคล้องกับรายได้จากการเป็นนักแสดงของ สาวิกา
ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นการลงทุนจริง ไม่ได้แสร้งทำพอร์ตปลอมขึ้นมา นอกจากนี้ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าทั้ง 3 คนมีพฤติการณ์ไปชักชวนบุคคลอื่นมาร่วมลงทุน เป็นเพียงผู้ร่วมลงทุนเท่านั้น
ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย พิพากษายกฟ้องจำเลยกลุ่มนี้รวมถึงจำเลยอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมยกฟ้องทั้งสิ้น 19 คน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดี…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



