กสิกรไทย-กรุงไทย คาด Fed คงดอกเบี้ยต่อ รอดูผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งใหม่
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:21อ่าน 3 นาที

กสิกรไทยและกรุงไทยคาด ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จ่อคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ จากเงินเฟ้อที่แม้จะชะลอลง แต่ยังอยู่ระดับสูง
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง จนทำให้ราคาพลังงานกลับมาปรับตัวสูง ประเด็นสำคัญ KResearch คาด Fed คงดอกเบี้ยนัดนี้ จับตาโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง
หากความขัดแย้งรุนแรงเกินคาด กรุงไทยคาด Fed คงดอกเบี้ยไม่เอกฉันท์ จับตาแรงหนุน Second Round Inflation มีมากขึ้น KResearch คาด Fed คงดอกเบี้ยนัดนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch)
รายละเอียดเพิ่มเติม
ประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า
ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมายกระดับขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานกลับมาปรับสูงขึ้นและอาจกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า โดยเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI)
ในเดือนมิถุนายน 2569 ของสหรัฐฯ ชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5% YoY ตามการปรับลดลงของราคาพลังงานหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายลงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE)
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ Fed ให้ความสำคัญ ยังคงอยู่เหนือ 3% และสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังมีความหนืดอยู่ ด้านเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ
ยังคงสะท้อนความแข็งแกร่ง แม้การฟื้นตัวจะมีลักษณะ K-shaped โดยอัตราการว่างงานในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2% ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5-11
กรกฎาคม 2569) ลดลงมากกว่าคาด นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกยังขยายตัวได้ดี โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการใช้จ่ายของครัวเรือนรายได้สูง อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
มุมมองและผลกระทบ
มองว่าการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ภายใต้ Kevin Warsh มีแนวโน้มยืดหยุ่นมากขึ้น และคาดการณ์ได้ยากขึ้น นอกจากนี้ จากการประชุมครั้งก่อนหน้า Fed ได้ประกาศจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 5 ชุด
(5 Task Forces) เพื่อทบทวนและปฏิรูปกรอบนโยบายการเงินและการสื่อสารของ Fed ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าจะส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าเปลี่ยนแปลงไปดังนี้
คงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น (Higher for longer) จนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน พึ่งพาข้อมูล (Data-dependent) มากขึ้น และลดการใช้นโยบายชี้นำล่วงหน้า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
(Forward guidance) ส่งผลให้ทิศทางนโยบายคาดการณ์ได้ยากขึ้น ดำเนินนโยบายเชิงรุกต่อเงินเฟ้อ ลดการพึ่งพาข้อมูลย้อนหลัง และพร้อมตอบสนองเชิงรุกต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ
(Persistent inflation) อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น มุ่งลดขนาดงบดุลในระยะยาว โดยใช้ QT เป็นเครื่องมือหลักในการปรับงบดุลสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ดี
คาดว่าการปรับลดงบดุลจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569
อย่างไร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



