ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ก่อตั้ง Evergrande พร้อมยึดทรัพย์ทั้งหมด ปิดฉากอดีตมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 08:42อ่าน 3 นาที

ศาลในเมืองเซินเจิ้นมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ฮุ่ยกาหยาน ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริษัท China Evergrande Group พร้อมริบทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
ปิดฉากการล่มสลายของชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดของจีน ประเด็นสำคัญ คำวินิจฉัยของศาลชี้การตกแต่งบัญชีต่อเนื่อง 5 ปี จากลูกชายคนตัดไม้
สู่เจ้าของบริษัทอสังหาที่เป็นหนี้มากที่สุดในโลก สัญญาณจบยุคโตด้วยหนี้ของอสังหาฯ จีน สำนักข่าว Xinhua ของทางการจีนรายงานว่า ฮุ่ยวัย 67 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อภาษาจีนกลางว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
สวี่เจียอิ้น ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตและถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต หลังรับสารภาพเมื่อเดือนเมษายนในข้อกล่าวหาหลายกระทง ซึ่งรวมถึงการยักยอกทรัพย์สินของบริษัทและการให้สินบน
ในส่วนของบทลงโทษทางการเงิน Evergrande Group ถูกปรับ 8,820 ล้านหยวน (ประมาณ 4.31 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ Hengda Real Estate
ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ถูกปรับอีก 7,000 ล้านหยวน (ประมาณ 3.42 หมื่นล้านบาท) รวมเป็นเงินราว 15,820 ล้านหยวน (ประมาณ 7.74 หมื่นล้านบาท)
สถานการณ์ล่าสุด
ค่าปรับดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในบทลงโทษทางการเงินต่อองค์กรที่สูงที่สุดเท่าที่ศาลจีนเคยกำหนดในคดีอาญา โดยศาลระบุว่าจะติดตามเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบต่อไป
และหากเรียกคืนได้ไม่ครบก็จะสั่งให้ชดใช้ส่วนที่ขาด นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ศาลยังมีคำพิพากษาต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Evergrande รวม 56 ราย ซึ่งรวมถึงบุตรชาย 2 คนของฮุ่ย
โดยกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 22 เดือนถึง 18 ปี พร้อมโทษปรับหรือริบทรัพย์สินตามคำพิพากษา คำวินิจฉัยของศาลชี้การตกแต่งบัญชีต่อเนื่อง 5 ปี ตามคำพิพากษา ศาลระบุว่าการกระทำความผิดของ
มุมมองและผลกระทบ
Evergrande, Hengda และฮุ่ย เกิดขึ้นในช่วงปี 2016 – 2021 ผ่านการฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการตกแต่งงบการเงิน, สร้างมูลค่าสินทรัพย์ให้สูงเกินจริง
และปกปิดหนี้สินภายในอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ของตน ข้อหาที่ศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดครอบคลุมทั้งการระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย, การฉ้อโกงในการระดมทุน, การออกหลักทรัพย์โดยทุจริต
และการเปิดเผยข้อมูลสำคัญโดยมิชอบ ศาลยังระบุว่า Evergrande และฮุ่ยเข้าไปมีอำนาจควบคุมสถาบันการเงิน แล้วดึงสินเชื่อและเงินกองทุนประกันภัยออกมาใช้ในกลุ่มบริษัทอย่างผิดกฎหมาย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานให้สินบน, การปล่อยกู้โดยมิชอบ และการใช้เงินทุนผิดวัตถุประสงค์ อีกประเด็นที่ศาลชี้คือ ฮุ่ยอาศัยตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัทวางแผนการฉ้อโกงทางการเงิน
และยักยอกทรัพย์สินของบริษัทในรูปของการจ่ายเงินปันผล รายงานของ Xinhua ระบุว่ามูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้สูงมากเป็นพิเศษ, พฤติการณ์ร้ายแรงอย่างยิ่ง,
ก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างหนัก และสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างรุนแรง จึงต้องลงโทษอย่างหนักตามกฎหมาย ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2024 หน่วยงานกำกับดูแลของจีนเคยกล่าวหาบริษัทลูกหลักของ
Evergrande ในจีนแผ่นดินใหญ่ว่าบันทึกรายได้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



