‘เอกชน’ ชี้ไทยนำเข้า EV จีนมากเกินไป หนุนรื้อภาษีสรรพสามิตมาถูกทาง ย้ำลงทุนต้องสร้างงาน–ซัพพลายเชน
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 23:33อ่าน 3 นาที

‘ เอกชน’ ชี้ไทยนำเข้า EV จีนมากเกินไป หนุนรื้อภาษีสรรพสามิตรถยนต์มาถูกทาง ย้ำลงทุนต้องสร้างงาน–ซัพพลายเชน นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS) และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน เปิดเผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ว่า การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า
(EV) เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหาคือประเทศไทยต้องไม่เดินหน้า EV จนกระทบฐานการผลิตเดิมที่สร้างการจ้างงานและห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ให้ประเทศ
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยมานานหลายสิบปี ขณะที่ EV เป็นทิศทางของโลกและเป็นหนึ่งในทางออกเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานและน้ำมัน ดังนั้น การส่งเสริม EV
ไม่ควรมองเพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมหรือจำนวนรถที่เข้ามาในประเทศ แต่ต้องคิดต่อถึงการจ้างงาน การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมในไทย นายตรีรัตน์ กล่าวว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือไทยเปิดรับ EV เข้ามาเร็ว แต่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศยังไม่สูงสุด โดยเฉพาะรถ EV จากจีนที่มีการนำเข้าชิ้นส่วนและส่วนประกอบจำนวนมากจากจีน
สถานการณ์ล่าสุด
ขณะที่ไทยทำหน้าที่ประกอบเป็นหลัก ทำให้ไม่ได้เกิดห่วงโซ่อุปทานต่อเนื่องในประเทศเหมือนอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนและสร้างฐานการผลิตในไทยมานาน ทั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วน ยาง
เบาะ อะไหล่ และธุรกิจต่อเนื่องจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานและรายได้กระจายไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น ดังนั้น การสนับสนุน EV ต้องตอบให้ได้ว่า “คนไทยได้อะไร”
ไม่ใช่เพียงทำให้ผู้บริโภคมีรถราคาถูกลง “วันนี้เราใช้ EV เป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
มุมมองและผลกระทบ
แต่ยังไม่ได้คิดให้ครบว่าเกิดการต่อยอดทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยอย่างไรในระยะยาว ทั้งการจ้างงาน การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออก
ปัญหาอีกด้านคือการเข้ามาของ EV จีนจำนวนมากส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์สันดาปที่ผลิตในไทย โดยเฉพาะรถญี่ปุ่น
และทำให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนสร้างฐานการผลิตและซัพพลายเชนในประเทศต้องเผชิญการแข่งขันที่ไม่สมดุล ขณะที่สิทธิประโยชน์และช่องทางภาษีที่เปิดให้รถนำเข้าบางส่วนเข้ามาได้ง่าย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กลายเป็นช่องทางให้สินค้าจำนวนมากเข้ามาแข่งขันกับผู้ผลิตในประเทศ”นายตรีรัตน์กล่าว นายตรีรัตน์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เตรียมปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยลดภาษีรถที่ผลิตในประเทศและเพิ่มภาษีรถ EV นำเข้าที่ไม่ได้สร้างฐานการผลิตในไทยนั้น
เห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะจะช่วยให้รถที่ผลิตในประเทศสามารถแข่งขันด้านราคาได้มากขึ้น แต่การลดภาษีไม่ควรเป็นมาตรการเพียงอย่างเดียว รัฐต้องกำหนดเงื่อนไขให้ชัดว่า
ผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ต้องสร้างประโยชน์กลับคืนให้เศรษฐกิจไทย เช่น ตั้งโรงงา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



