ข้ามไปยังเนื้อหา

‘EGAT Green i ปีที่ 3’เวทีท้าทายการเกิดนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 12:52อ่าน 3 นาที

‘EGAT Green i ปีที่ 3’เวทีท้าทายการเกิดนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
แชร์ข่าวนี้

จากโจทย์ใหญ่ของโลกที่กำลังเผชิญทั้งวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น และความท้าทายในการพัฒนาเมือง ความยั่งยืนจึงต้องก้าวพ้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

สู่การออกแบบระบบเศรษฐกิจ สังคม และเมืองให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ ESG และเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องเปลี่ยนจากกรอบนโยบายสู่การลงมือทำที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง

แนวคิดดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านเวที “GREEN INNOVATION FOR ESG & CIRCULAR FUTURE JOURNEY” ที่ชวนมองนวัตกรรมและการออกแบบเป็นกลไกขับเคลื่อน ESG สู่การปฏิบัติ

รายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งการสร้างองค์กรและเมืองที่ยืดหยุ่นต่อ Climate Change สอดคล้องกับแนวทาง IPCC ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนเมือง การลงทุน และนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปรับตัว

ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน กล่าวว่า พลังงานเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการมุ่งสู่ Net Zero เพราะกว่า 70%

ของการปล่อยคาร์บอนเกี่ยวข้องกับภาคพลังงาน อย่างไฟฟ้า 1 หน่วยมีการปล่อยคาร์บอนประมาณครึ่งกิโลกรัม การลดคาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้าจึงต้องอาศัยนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

สถานการณ์ล่าสุด

ขณะเดียวกัน Energy Transition Index ของ World Economic Forum ซึ่งสะท้อนความพร้อมของแต่ละประเทศ ไทยอยู่ในอันดับ 50 จึงเป็นความท้าทายในการยกระดับระบบพลังงานให้สะอาด มั่นคง

และมีต้นทุนเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังทำให้โครงสร้างระบบไฟฟ้าต้องปรับตัว จากเดิมที่พึ่งพาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

สู่การมีแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กกระจายตัวมากขึ้น จึงต้องพัฒนาระบบสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับรูปแบบใหม่ พร้อมรักษาเสถียรภาพของระบบ เพราะไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงสาธารณูปโภคพื้นฐาน

มุมมองและผลกระทบ

แต่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การชำระเงินดิจิทัล การซื้อสินค้า ไปจนถึงธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์”ศ.ดร.พิสุทธิ์กล่าว โจทย์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าวว่า มี 3 มิติ คือ ลดการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วย ยกระดับ Energy Transition Index ของประเทศไทย และพัฒนาระบบให้รองรับพลังงานรูปแบบใหม่

โดยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงต้องเริ่มจาก Clean Energy ต่อยอดสู่ Green Electron และ Green Molecule เช่น ไฮโดรเจนและเชื้อเพลิงยั่งยืน

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ควบคู่กับ Carbon Capture and Removal เพื่อลด ดักจับ และกำจัดคาร์บอน รวมถึงนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำตามแนวคิด Circularity และ Reuse โดยทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องอาศัย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1.องค์ความรู้ แพลตฟอร์ม และ

Sandbox โดยต้องทำให้องค์ความรู้เข้าถึงง่ายและนำไปใช้ได้จริง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่าง ๆ แลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือ รวมถึงเปิดโอกาสให้อาจา…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ‘EGAT Green i ปีที่ 3’เวทีท้าทายการเกิดนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง