นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส เดินหน้าร่วมมือทุกมิติ ดันตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 18:02อ่าน 3 นาที

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ย้ำเดินหน้าความร่วมมือทุกมิติ ดันความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม ณ ห้องรับรอง ชั้น 2
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเปโดร สวาห์เลน (H.E. Mr. Pedro Zwahlen) เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย
เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
นายกรัฐมนตรีขอบคุณเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ชื่นชมความก้าวหน้าของความร่วมมือในหลายด้าน
ทั้งการผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA (European Free Trade Association ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์) ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี การพัฒนาที่ยั่งยืน และการศึกษา โดยยืนยันว่าไทยให้ความสำคัญต่อสมาพันธรัฐสวิสในฐานะหุ้นส่วนสำคัญ และสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งสองฝ่ายหารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้
สถานการณ์ล่าสุด
ด้านความสัมพันธ์ไทย-สมาพันธรัฐสวิส นายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาลสมาพันธรัฐสวิสที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
พร้อมยินดีต้อนรับประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิสที่จะเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปี IMF และ World Bank ในเดือนตุลาคมนี้ โดยเชื่อมั่นว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระดับผู้นำ
ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน นวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน รวมทั้งยินดีที่คณะนักธุรกิจสวิสจะเยือนไทยด้วย
มุมมองและผลกระทบ
ขณะที่เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสชื่นชมความมุ่งมั่นของไทยในการดำเนินกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD และยืนยันที่จะสนับสนุนความร่วมมืออย่างเต็มที่ ด้านความร่วมมือเศรษฐกิจ การลงทุน
ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสมาพันธรัฐสวิสเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในยุโรปและในกลุ่ม EFTA พร้อมสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่ EEC และ EECi
รวมถึงความร่วมมือด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีการแพทย์ การผลิตขั้นสูง เศรษฐกิจ BCG และความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน (B2B)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งยินดีต่อความคืบหน้าของความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA
และเชื่อมั่นว่าจะมีผลบังคับใช้โดยเร็ว ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่ารากฐานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสร้างไว้
จะเป็นแรงสนับสนุนให้ความร่วมมือระหว่างไทยและสมาพันธรัฐสวิสพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคต
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



