กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แนะธุรกิจประชาชน เช็กข้อมูลผ่าน DBD DataWarehouse+ ช่วยลดความเสี่ยง
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19:53อ่าน 3 นาที

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แนะธุรกิจประชาชน เช็กข้อมูลผ่าน DBD DataWarehouse+ ช่วยลดความเสี่ยง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
ประเด็นสำคัญ
เชิญชวนนักธุรกิจและประชาชนเข้าใช้งานระบบ DBD DataWarehouse+ ซึ่งเป็นคลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569) มีผู้เข้าใช้บริการแล้ว
84,454,294 ครั้ง โดยมีนักธุรกิจและประชาชนสนใจเข้าค้นหาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กรมฯก็ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เพื่อให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก
รายละเอียดเพิ่มเติม
รวดเร็ว และมีความปลอดภัยตอบโจทย์ความต้องการข้อมูลธุรกิจของภาคธุรกิจและภาคประชาชนได้อย่างตรงจุด โดยภาคธุรกิจสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้วิเคราะห์ วางแผน หรือ ประกอบการตัดสินใจลงทุน
ทั้งการค้นหาข้อมูลคู่ค้า สถานะทางธุรกิจ ความมั่นคงของนิติบุคคล ผลตอบแทนทางธุรกิจ โอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจประเภทต่างๆ รวมถึงความยั่งยืนของกิจการ ฯลฯ ในส่วนของประชาชน
สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบการพิจารณาเริ่มต้นธุรกิจ แนวโน้มการเติบโตและคู่แข่งทางธุรกิจ รวมถึงข้อมูลบริบทแวดล้อมอื่นที่จำเป็นต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ เป็นต้น
สถานการณ์ล่าสุด
อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า การค้นหาข้อมูลนิติบุคคลผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ ดำเนินการได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th >> บริการออนไลน์ >> DBD
DataWarehouse+ (คลังข้อมูลธุรกิจ) กรอกชื่อหรือเลขนิติบุคคลที่ต้องการค้นหา จะได้พบกับ 1) ข้อมูลของนิติบุคคล ประกอบด้วย 1.1)
ข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันและได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ 1.2) ข้อมูลงบการเงิน ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และอัตราส่วนทางการเงิน
มุมมองและผลกระทบ
พร้อมการเปรียบเทียบรายปีและเปรียบเทียบภายในประเภทธุรกิจเดียวกัน ทั้งรูปแบบตารางและรูปแบบกราฟ 1.3) มูลค่าหุ้นและสัดส่วนการลงทุนจำแนกตามสัญชาติ 1.4)
ประวัติการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลและทุนจดทะเบียนย้อนหลัง โดยผู้ค้นหาสามารถพิมพ์ข้อมูลนิติบุคคลและข้อมูลงบการเงินได้ทั้งรูปแบบไฟล์ PDF และ Excel ทั้งนี้
ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลคู่ค้าหรือคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ ประชาชนและนักลงทุนสามารถประเมินสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัทก่อนทำสัญญาหรือร่วมลงทุน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากข้อมูลนิติบุคคลที่สามารถค้นหาได้แล้ว ยังมีข้อมูลอื่น ๆ ได้แก่ 2) ข้อมูลตามประเภทธุรกิจ ที่วิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรมทั้งระบบ
โดยผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของตนเองกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เพื่อทราบตำแหน่งของธุรกิจในตลาด
นักลงทุนและสถาบันการเงินสามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่สนใจได้อย่างรอบด้าน 3)
ข้อมูลการลงทุนของชาวต่างชาติและการจัดอันดับมูลค่าการลงทุนของชาวต่างชาติ โดยผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามทิศทางการลงทุนจาก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



