สภาพัฒน์ผ่า Data Center เงินลงทุนมหาศาล แต่จ้างงานน้อย-กินน้ำไฟสูง จี้ดันธุรกิจไทยเข้าห่วงโซ่มูลค่า
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 17:52อ่าน 3 นาที

สภาพัฒน์ ผ่า Data Center ทั่วโลกเงินลงทุนมหาศาล!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
แต่จ้างงานหด-ใช้น้ำไฟสูง หวังผู้ประกอบการไทยเข้าห่วงโซ่มูลค่า มากกว่างานก่อสร้าง-สาธารณูปโภค เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.วรวรรณ พลิคามิน รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า Data Center ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และกระจายข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน การรับชมภาพยนตร์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ไปจนถึงการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ น.ส.วรวรรณ กล่าวว่า ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม Data Center ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ ผู้ให้บริการระบบไฟฟ้า โทรคมนาคม ฮาร์ดแวร์ เซมิคอนดักเตอร์ หน่วยประมวลผล และอุปกรณ์เครือข่าย ไปจนถึงกลางน้ำ ซึ่งประกอบด้วยผู้ให้บริการ Private Data Center, Colocation และ Cloud รวมถึงปลายน้ำที่เป็นระบบนิเวศดิจิทัลและกลุ่มผู้ใช้งาน สำหรับกลุ่มลูกค้าหลักของ Data Center ได้แก่ กลุ่มไอทีและโทรคมนาคม 38% ธนาคาร การเงิน และประกันภัย 26% ภาคการผลิต 15% สาธารณูปโภค 9% และธุรกิจอื่น ๆ 12% น.ส.วรวรรณ ระบุว่า สำหรับแนวโน้มการลงทุนใน Data Center ทั่วโลกมีขนาดใหญ่มาก โดยช่วงปี 2568-2573 คาดว่ามูลค่าการลงทุนสะสมอาจสูงถึง 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภูมิภาคเอเชียมีสัดส่วนความต้องการ Data Center ราว 34% สะท้อนว่าเอเชียจะเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการลงทุนในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ Data Center ไม่ได้มีเพียงโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีโจทย์สำคัญที่ต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะ การใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน น.ส.วรวรรณ ยกตัวอย่างกรณีของไอร์แลนด์ ที่พบว่า Data Center ใช้ไฟฟ้าประมาณ 21% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ขณะที่หลายพื้นที่ของสหรัฐฯ ก็เริ่มเผชิญแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้าจากความต้องการใช้พลังงานของ Data Center และโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งมีแนวโน้มใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลประโยชน์ด้านการจ้างงานอาจไม่ได้มากอย่างที่ตัวเลขการลงทุนสะท้อน เนื่องจากการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงก่อสร้าง แต่ลดลงหลังเปิดดำเนินการ ตัวอย่างบางโครงการมีการจ้างงานในช่วงก่อสร้างประมาณ 1,700 ตำแหน่ง แต่เมื่อโครงการแล้วเสร็จเหลือประมาณ 500 ตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่เป็นงานวิศวกร ช่างเทคนิค และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย “โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าประเทศจะดึงดูด Data Center ได้มากแค่ไหน แต่ต้องดูด้วยว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการลงทุนเหล่านี้ และจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าได้มากกว่างานก่อสร้างหรือสาธารณูปโภค” น.ส.วรวรรณกล่าว น.ส.วรวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวอย่างจากต่างประเทศสะท้อนให้เห็นว่า แม้ Data Center จะสร้างรายได้จากภาษีและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ผลประโยชน์ด้าน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



