china watch : สันติภาพที่สาบสูญในทะเลจีนใต้
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 12:26อ่าน 3 นาที

ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงมะนิลา สถานการณ์ในทะเลจีนใต้กลับมาตึงเครียด อีกครั้ง ขณะที่เหตุปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณแนวปะการังยังไม่คลี่คลาย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จีนและฟิลิปปินส์ก็เกิดการเผชิญหน้ากันต่อเนื่องอีกสองวันในน่านน้ำรอบสันดอน แม้ว่าความสามารถโดยรวมของทั้งสองประเทศแตกต่างกันมาก แต่ฟิลิปปินส์ยังคงท้าทายจีน
เพราะมีสหรัฐสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งพยายามสร้างภาพลักษณ์ของตนว่าเป็น “ผู้เสียหาย” เพื่อผลักดันให้ปัญหาทะเลจีนใต้กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ
รายละเอียดเพิ่มเติม
การประชุมครั้งนี้ได้ตั้งความหวังจัดทำ “แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้” (Code of Conduct = COC) ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพราะแต่ละฝ่ายยังมีผลประโยชน์และจุดยืนที่แตกต่างกัน
และมีอิทธิพลจากมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง ทะเลจีนใต้จึงยังคงเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและไร้สันติภาพ ทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่ที่อุดมด้วยทรัพยากรประมง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ
และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ประเทศผู้เรียกร้องสิทธิหลัก ได้แก่ จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และบรูไน การเผชิญหน้าล่าสุดเริ่มต้นเมื่อเรือยางสองลำชนกับเรือตรวจการณ์ของจีน
สถานการณ์ล่าสุด
หลังเหตุการณ์ สหรัฐและออสเตรเลียออกมาประณามการกระทำของจีนว่าเป็น “การรุกราน” แต่จีนแจ้งว่า ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายเริ่มใช้กำลังก่อน ต่างฝ่ายต่างอ้างเอาความชอบธรรมของตน ทว่า
รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนและฟิลิปปินส์ก็ยังพบกันที่กรุงมะนิลา เพื่อปรึกษาหารือแก้ปัญหา แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย สิ่งที่น่าสังเกตคือ
รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ กล่าวหาว่ามีกลุ่มบุคคลบางส่วนในกองทัพและตำรวจฟิลิปปินส์ที่จงใจสร้างปัญหา ทำลายกระบวนการเจรจา และปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของอำนาจภายนอก
มุมมองและผลกระทบ
ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ มีจุดยืนต่อต้านจีนและสนับสนุนสหรัฐ จีนจึงพยายามแยกแยะระหว่างรัฐบาลกลางของฟิลิปปินส์กับกลุ่มแข็งกร้าวในกองทัพ เพื่อคงช่องทางการเจรจากับรัฐบาล มาร์กอส
จูเนียร์ และเตือนประเทศอาเซียนถึงความเสี่ยงจากการแทรกแซงของมหาอำนาจนอกภูมิภาค เพราะเนื่องรัฐบาลมาร์กอสกับกองทัพทำหน้าที่เป็นแนวหน้าของสหรัฐ ในการถ่วงดุลกับจีนอันเป็นประจักษ์
หลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เรือของฟิลิปปินส์ยังคงเข้าไปในน่านน้ำของจีนติดต่อกันสองวัน และถูกหน่วยยามฝั่งจีนใช้ปืนฉีดน้ำขับไล่ หนึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ฟิลิปปินส์ยังเชิญสื่อมวลชนตะวันตก เช่น CNN ไปติดตามเหตุการณ์ เพื่อสร้างกระแสและตอกย้ำว่าจีน “รังแกประเทศที่อ่อนแอกว่า” หลังจากจีนเสริมสร้างกำลังทางทะเล
สหรัฐก็เพิ่มบทบาทในทะเลจีนใต้เพื่อรักษาความเป็นมหาอำนาจทางทหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยกระชับพันธมิตรกับฟิลิปปินส์ ส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างฟิลิปปินส์กับญี่ปุ่น
และสนับสนุนให้ฟิลิปปินส์ดำเนินการเจรจากำหนดเขตแดนทางทะเลโดยไม่ผ่านจีน เมื่อวันครบรอบ 10 ปีของคำตัดสินอนุญาโตตุลาการทะเลจีนใต้ สหรัฐ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และอีก 11 ประเทศ รวม 14
ประเทศ ได้ออกแถลงการ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



