Chef to Farm รวมเชฟเชียงใหม่กว่า 50 คน เชื่อมเกษตรกรกับครัว ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยจากแปลงสู่จาน
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 13:57อ่าน 3 นาที

Chiang Mai Chefs Charity จัดกิจกรรม “Chef to Farm” นำเชฟและคนทำงานด้านอาหารจากโรงแรม ร้านอาหาร และเครือข่ายกว่า 17 แห่ง รวมกว่า 50 คน ลงพื้นที่สวนผักฮักร้องขุ้ม อำเภอสันป่าตอง
ประเด็นสำคัญ
จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียนรู้ต้นทางอาหารปลอดภัย เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเชฟกับเกษตรกร และสร้างเครือข่ายการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและเกษตรอินทรีย์จากแปลงเกษตรสู่ครัวและผู้บริโภค
กิจกรรมในโครงการนิเวศเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหาร สู่การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ สำนักวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. Chef to Farm
รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดให้เชฟเรียนรู้กระบวนการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการถอนกล้า ดำนา ปลูกและเก็บผักพื้นบ้าน เรียนรู้การเลี้ยงผึ้งชันโรง การเลี้ยงเป็ดและไก่
รวมถึงแลกเปลี่ยนความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับฤดูกาลผลิต คุณภาพวัตถุดิบ และการนำผลผลิตในพื้นที่ไปใช้สร้างสรรค์เมนูในร้านอาหารและโรงแรม เชฟกุ๊กไก่ สุปรีชา ตันสิงห์ กล่าวว่า
กลุ่มเชฟในเชียงใหม่เริ่มพูดคุยกันถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม และต้องการให้เชฟได้ออกจากครัวมาเรียนรู้กระบวนการผลิตอาหารโดยตรง กิจกรรม Chef to Farm
สถานการณ์ล่าสุด
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวของเชฟจากหลายโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อสร้างกิจกรรมที่สามารถต่อยอดกลับไปสู่ผู้บริโภคและชุมชนได้ในอนาคต “เราได้รู้ว่าขั้นตอนเริ่มต้นจริง ๆ คืออะไร
ตั้งแต่การหว่าน การถอนกล้า การปลูก เมื่อได้มาเห็นด้วยตัวเอง เราก็สามารถบอกต่อกับผู้บริโภคได้ว่าวัตถุดิบที่เราใช้มาจากไหน และผ่านกระบวนการอย่างไร” เชฟกุ๊กไก่ กล่าว เชฟกุ๊กไก่
ระบุว่า การลงมือดำนาด้วยตัวเองยังทำให้เชฟเข้าใจแรงงานและขั้นตอนการผลิตข้าวมากขึ้น โดยการดำนาต้องอาศัยทั้งการวางแผน ความอดทน และการทำงานร่วมกัน
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งสามารถนำแนวคิดดังกล่าวกลับไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในครัวได้ เชฟบิลลี่ สุขสันต์ ชุตินธราทิพย์ Executive Chef โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ กล่าวว่า
กลุ่มเชฟและร้านอาหารในเชียงใหม่พูดคุยถึงการรวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อเมืองมาระยะหนึ่ง ก่อนพัฒนาเป็นกิจกรรม Chef to Farm ซึ่งเปิดโอกาสให้เชฟได้พบกับเกษตรกรและผู้ผลิตโดยตรง
“วันนี้เราพาเชฟวางตะหลิว วางเขียง วางมีด มาลงนา มาปลูกข้าวกัน แต่สิ่งที่อยู่หลังการปลูกข้าวคือการได้คุยกับเกษตรกรและผู้ผลิต ได้รู้แหล่งอาหาร แหล่งผักที่เราใช้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และรู้ว่ากระบวนการผลิตแตกต่างกันอย่างไร” เชฟบิลลี่ กล่าว เชฟบิลลี่ กล่าวต่อไปว่า การเชื่อมเชฟกับเกษตรกรสามารถสร้างประโยชน์ได้ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ
จากการที่รายได้จากการซื้อวัตถุดิบสามารถกลับไปถึงชาวนาและชาวสวนโดยตรง ด้านการท่องเที่ยว จากความสนใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการรู้เรื่องราวเบื้องหลังจานอาหาร และด้านสุขภาพ
จากการที่ร้านอาหารและโรงแรมสามารถเลือกวัตถุดิบที่รู้แหล่งที่มาให้กับผู้บริโภค
การลงพื้นที่ยังช่วยให้เชฟเรียนรู้รายละเอียดของวัตถุดิบที่ไม่สามารถเห็นได้เมื่อผลผลิตเดินทางมาถึงครัวแล้ว เช่น ฤดูกาลปลูก ช่วงเวลาที่ให้คุณภาพดีที่สุด
และการวางแผนเมนูให้สอดคล้องกับผลผลิตในแต่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



