นายกสภาจุฬาฯ ปาฐกถาในการประชุมนานาชาติ ‘Boao Forum for Asia Perth Conference’
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:01อ่าน 3 นาที

นายกสภาจุฬาฯ ปาฐกถาในการประชุมนานาชาติ“Boao Forum for Asia Perth Conference” เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ. (พิเศษ) ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมการประชุมระดับนานาชาติ “Boao Forum for Asia Perth Conference” จัดโดย Boao Forum for Asia และ Fortescue เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ Ritz-Carton
Hotel, Perth, Australia ในโอกาสนี้ได้ปาฐกถาในหัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมสีเขียวท่ามกลางวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง” (Energy Transition and New
รายละเอียดเพิ่มเติม
Opportunities for Green Industries in the Context of the Middle East Crisis) ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ซึ่งสะท้อนว่าประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเร่งแสวงหาแนวทางรับมือที่มีความยั่งยืน
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงเปราะบางและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง
สถานการณ์ล่าสุด
เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบต่อแหล่งพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง
ประกอบกับปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ที่ลดลงและการหยุดชะงักของการเดินเรือ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นและอุปทานพลังงานโลกตึงตัวมากยิ่งขึ้น
ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคพลังงาน แต่ยังส่งผลต่อค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์และปุ๋ย
มุมมองและผลกระทบ
โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่ข้อจำกัดด้านนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และรายได้ของภาครัฐ
ทำให้การใช้มาตรการช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถรองรับผลกระทบได้ในระยะยาว หากราคาน้ำมันยังคงเพิ่มสูงขึ้น วัฏจักรผลกระทบทางเศรษฐกิจแบบ “สามระลอก” อาจกลับมาอีกครั้ง ได้แก่
ภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูง อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงาน และกำลังซื้อของครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อ่อนแอลง ซึ่งจะกระทบต่อการบริโภคและการลงทุน มาตรการของรัฐบาล เช่น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภคได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการอุดหนุนราคาน้ำมันหรือการลดภาษีน้ำมันอย่างต่อเนื่องไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน
เนื่องจากอาจกระทบต่อวินัยทางการคลังและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ส่วนการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มรายได้น้อยควรดำเนินการอย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและแบ่งระดับตามรายได้
แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาและงบประมาณ แนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยจึงอยู่ที่การเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน พลังงานแสงอาทิตย์
และยานยนต์ไฟฟ้าให้แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



