ส.อ.ท.หนุนเร่งปิดดีล ART ดันการค้า-ลงทุนไทย-สหรัฐฯ
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 17:25อ่าน 3 นาที

วันนี้ (25 ส.ค.2569) นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หรือ Agreement on Reciprocal Trade (ART) ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว
โดยการหารือระหว่างคณะผู้แทนไทยกับฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดระหว่างวันที่ 27 ส.ค.-1 ก.ย. 2569 ถือเป็นจังหวะสำคัญในการผลักดันประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ เชื่อมั่นว่า กระทรวงพาณิชย์
รายละเอียดเพิ่มเติม
จะสามารถขับเคลื่อนการเจรจาไปสู่ข้อตกลงที่สมดุล เป็นธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองประเทศ ประธาน ส.อ.ท. กล่าวอีกว่า การเจรจาครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรม
เนื่องจากในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออก 47,144.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
และคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 24.0 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย การสร้างความชัดเจนด้านภาษีและกติกาการค้า จึงมีผลโดยตรงต่อคำสั่งซื้อ การผลิต การจ้างงาน
สถานการณ์ล่าสุด
และการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้โครงสร้างสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยางและยางรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ อัญมณีและเครื่องประดับ
ตลอดจนสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-สหรัฐฯ เชื่อมโยงกับทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่และอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม
มุมมองและผลกระทบ
ส.อ.ท. เห็นว่า เป้าหมายของ ART ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการลดอัตราภาษี แต่ควรมุ่งสร้างความแน่นอนทางการค้า ลดอุปสรรคและความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า
ตลอดจนส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ให้ขยายตัวอย่างสมดุล โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มการลงทุน
และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจภายใต้ ART ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สำหรับประเด็นการปรับสมดุลทางการค้า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ควรพิจารณาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้ครบทุกมิติ ไม่ใช่มองเฉพาะตัวเลขดุลการค้า เนื่องจากข้อมูลของรัฐบาลประเมินว่าอย่างน้อยร้อยละ 30 ของยอดเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐฯ
มาจากการส่งออกของบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาลงทุนและใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ซึ่งสร้างรายได้และผลตอบแทนกลับไปยังบริษัทแม่ ตลอดจนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ ด้วย
ขณะเดียวกัน ไทยแสดงความพร้อมเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มที่ประเทศมีความต้องการและผลิตได้ไม่เพียงพอ เช่น พลังงาน เครื่องบินและอุปกรณ์การบิน
เครื่องจักรและอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง เคมีภัณฑ์ ตลอดจนวัตถุดิบและสินค้าเกษตรบางประเภท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มการนำเข้าควรดำเนินการตามคว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



