"สิริพงศ์" แจงปมข้อมูลขนส่งรั่ว ไม่ได้ถูกแฮ็ก ชี้หลุดผ่าน API เชื่อม 3 หน่วยงาน
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 01:41อ่าน 3 นาที

วันนี้ (6 ส.ค.2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงกรณีที่มีการตรวจพบการเผยแพร่ข้อมูลของประชาชนบนเว็บไซต์และดาร์กเว็บ ซึ่งสามารถค้นหาข้อมูลยานพาหนะได้ โดยระบุว่า
ประเด็นสำคัญ
หลังจากได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงคมนาคมประสานงานร่วมกับตำรวจไซเบอร์ และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สถช.)
เพื่อเข้าตรวจสอบระบบของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ทันที จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หลุดรั่วจากการถูกแฮ็กระบบฐานข้อมูลหลักของกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด
รายละเอียดเพิ่มเติม
เนื่องจากข้อมูลและไฟล์รูปภาพที่ปรากฏภายนอกมีความแตกต่างจากฐานข้อมูลต้นฉบับที่เก็บรักษาไว้ภายในกรมฯ คาดเชื่อมโยง API หน่วยงานภายนอก สาเหตุข้อมูลรั่ว รมช.คมนาคม อธิบายเพิ่มเติมว่า
กรมการขนส่งทางบกมีการอนุญาตให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ รวม 63 หน่วยงาน เข้ามาเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เฟซโปรแกรมประยุกต์ หรือ API (Application Programming Interface)
เพื่อดึงข้อมูลไปใช้ในภารกิจอำนวยความสะดวก และรักษาความสงบเรียบร้อยแก่ประชาชน เช่น การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อทำใบขับขี่สาธารณะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สถานการณ์ล่าสุด
หรือการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัยตามด่านชายแดน ซึ่งเปรียบเสมือนการต่อท่อส่งข้อมูลระหว่างกัน เพื่อลดขั้นตอนการขอเอกสารกระดาษ ที่ในอดีตเคยใช้เวลานานถึง 45 วัน ให้เหลือเพียง 1 วัน
อย่างไรก็ตาม การหลุดรั่วของข้อมูลในครั้งนี้ เกิดจากการที่มีผู้ใช้นำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่ได้รับสิทธิ์เชื่อมต่อ API ไปใช้ดึงข้อมูลออกไป
ซึ่งอาจเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ถูกแฮ็กบัญชีส่วนตัวอีกทอดหนึ่ง หรือการปล่อยปละละเลยไม่ยกเลิกสิทธิ์ของพนักงานที่ย้ายตำแหน่งหรือลาออกไปแล้ว พบ 3 ช่องทางดึงข้อมูลผิดปกติ
มุมมองและผลกระทบ
สั่งปิดเชื่อมต่อ API ทันที จากการตรวจสอบปริมาณการรับส่งข้อมูลผ่านท่อ API ทั้งหมด กรมการขนส่งทางบกตรวจพบการค้นหาข้อมูลที่มากผิดปกติใน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
สำนักงานเทศกิจเขตบางกอกน้อย มีการค้นหาข้อมูลยานพาหนะสูงถึงประมาณ 7,000 กว่าครั้ง ค่ายสุรสีห์ (กองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี) ซึ่งเป็นพื้นที่ด่านชายแดน
มีการดึงข้อมูลจำนวนหลายพันรายการในช่วงเวลาสั้น ๆ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณการดึงข้อมูลออกไปมากกว่าปกติ เมื่อพบความผิดปกติดังกล่าว กรมการขนส่งทางบก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ดำเนินการปิดการเชื่อมต่อ IP Address และระงับสัญญาณ API ในส่วนของหน่วยงานดังกล่าวทันที พร้อมทั้งส่งมอบพยานหลักฐานและข้อมูลการใช้งานทั้งหมดให้แก่ตำรวจไซเบอร์
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว เร่งสกัดดาร์กเว็บ ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ในส่วนของการบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ที่นำข้อมูลไปเปิดเผย สำนักงานไซเบอร์แห่งชาติ
ประสานปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวในประเทศไทยแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าผู้ใช้บางกลุ่มยังอาจเข้าถึงได้ผ่านการใช้ VPN มุด IP มาจากต่างประเทศ หรือการซื้อขายข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน
Discord ในกลุ่มดาร์กเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



