แม้แต่ Amazon ยักษ์อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของโลก ยังพ่ายให้กับ Shopee, TikTok และ Lazada ในอาเซียน เพราะยกโมเดลอเมริกันมาใช้ทั้งชุดกับตลาดที่คนดูราคาก่อนแบรนด์
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 19:00อ่าน 3 นาที

ยอดขายรวมทั้งปีของ Amazon ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ราว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,456 ล้านบาท) หรือคิดเป็นเพียงราว ‘1 ใน 1,000’ ของธุรกิจที่บริษัททำได้ในสหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญ
ทั้งที่นี่คือภูมิภาคที่ตลาดอีคอมเมิร์ซโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเด็นสำคัญ ตลาดที่ Amazon แพ้ คือตลาดที่คนทั้งโลกอยากเข้ามา แพ้เพราะยกโมเดลอเมริกันมาใช้ทั้งดุ้น
คนแถบนี้เลือกซื้อของแบบไหน TikTok Shop กับสูตรขายของผ่านความบันเทิง Amazon ไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนบทบาทเป็นทางออกส่งออก
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตัวเลขนี้อธิบายได้ดีว่าทำไมยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของโลกถึงต้องยอมถอย โดยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา Amazon เริ่มทยอยยุติบริการคลังสินค้าในสิงคโปร์
ซึ่งเป็นบริการที่บริษัทรับเก็บสินค้าให้ร้านค้าไว้ในคลังของตัวเองแล้วจัดส่งให้ พร้อมปิดบริการ Amazon Fresh ที่ส่งของสดถึงบ้านภายใน 2 ชั่วโมง
และกระทบร้านค้ารายอื่นที่ขายผ่านแพลตฟอร์มด้วย บริษัทไม่ได้ถอนตัวออกจากสิงคโปร์ทั้งหมด โดย ปีเตอร์ ลี ผู้จัดการประจำประเทศของ Amazon สิงคโปร์
สถานการณ์ล่าสุด
ระบุในแถลงการณ์ว่าบริษัทเห็นความต้องการสินค้าจากร้านในต่างประเทศที่สูงมาก จึงจะหันไปเน้นการจัดส่งจากร้านในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนีแทน
แต่คำว่าความต้องการสูงในที่นี้เป็นเรื่องเชิงเปรียบเทียบ เพราะส่วนแบ่งตลาดอีคอมเมิร์ซของ Amazon ในภูมิภาคนี้อยู่ที่ไม่ถึง 0.3% ตามรายงานของ Nikkei Asia ตลาดที่ Amazon แพ้
คือตลาดที่คนทั้งโลกอยากเข้ามา ความน่าเสียดายของเรื่องนี้อยู่ที่ตลาดซึ่ง Amazon เข้าไม่ถึงนั้นใหญ่และโตเร็วมาก อินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วยมูลค่า 5.77
มุมมองและผลกระทบ
หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.94 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ไทยขยับขึ้นมาแตะ 3.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.19 ล้านล้านบาท) ด้วยอัตราการเติบโตถึง 51.8%
ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในภูมิภาค ตามมาด้วยมาเลเซียที่ 47.6% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของทั้งอาเซียนอยู่ที่ 22.8% พูดง่ายๆ คือไทยโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคมากกว่าเท่าตัว แต่ Amazon
แทบไม่มีตัวตนอยู่ในตลาดนี้เลย ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากการเลือกจุดเริ่มต้น เพราะเมื่อปี 2560 Amazon เลือกสิงคโปร์เป็นประตูบานแรกในการเข้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยหวังใช้เป็นฐานกระโดดไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค ผ่านบริการ Prime ที่มีทั้งสินค้าแบรนด์ระดับโลก การส่งของใช้ประจำวันแบบรวดเร็ว และบริการสตรีมมิง Amazon Prime Video
แต่ในมาตรฐานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์ถือเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่ค่อนข้างเล็ก โดยมีมูลค่าราว 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.98 แสนล้านบาท) และเติบโต 21% ในปี 2568
ซึ่งในจำนวนนี้เป็นส่วนของ Amazon ราว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6% ตามการประเมินของ Momentum Works ผลลัพธ์คือแผนไม่เป็นไปตามที่หวัง บริษัทที่ปิดธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ในจีนไปเมื่อปี
2562 ไม่เคยมีส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคนี้เกิน 0.4% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดที่ทำได้เมื่อปี 2565 ก่อนจะถอยกลับไปทำหน้าที่เป็นเพียงช…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



