‘พัฒนา’ สั่ง สพฉ.สอบปมรถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถ ALS จากศูนย์เอราวัณ พร้อมเรียกค่าเสียเวลาพันบาท
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:18อ่าน 2 นาที

จากกรณีรถพยาบาลเอกชนจอดขวางทางรถพยาบาลปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง สังกัดศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) หรือ รถพยาบาล ALS (Advanced Life Support)
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
และเรียกเก็บเงินค่าเสียเวลา 1,000 บาท หลังญาติผู้ป่วยแจ้งมารับผู้ป่วยซ้อนกัน ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. โดยผู้ป่วยหญิงสูงอายุ มีอาการเหนื่อย แน่นหน้าอก แน่นท้อง
รายละเอียดเพิ่มเติม
และหายใจไม่สะดวก ญาติโทรแจ้งสายด่วน 1669 ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นญาติมีความกังวลจึงได้โทรติดต่อรถพยาบาลเอกชนเพิ่มเติม
ก่อนที่ศูนย์เอราวัณจะแจ้งกลับว่าอยู่ระหว่างส่งรถเข้ารับผู้ป่วย ซึ่งเมื่อรถพยาบาล ALS ของศูนย์เอราวัณเดินทางถึงบ้านผู้ป่วยและเคลื่อนย้ายขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
มีรถพยาบาลเอกชนเดินทางมาถึงและจอดขวางซอย ทำให้รถ ALS ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ พร้อมเรียกเก็บเงิน “ค่าเสียเวลา” จำนวน 1,000 บาท ญาติผู้ป่วยเกรงว่าอาการผู้ป่วยจะทรุดลง
สถานการณ์ล่าสุด
จึงได้จ่ายเงินสดให้แก่รถพยาบาลเอกชนดังกล่าว นายพัฒนา กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินและญาติอยู่ในภาวะวิตกกังวลสูง การจอดขวางรถพยาบาล ALS และเรียกเก็บเงินในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้
จึงสั่งการให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เร่งดำเนินการ ดังนี้ 1.ประสานศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับแจ้งเหตุ การสั่งการรถ และรายงานเหตุการณ์จากทีม ALS
มุมมองและผลกระทบ
2.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรถพยาบาลเอกชนและบุคลากรที่ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ดังกล่าว 3.ตรวจสอบการเรียกเก็บเงินจากญาติผู้ป่วยว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ
และมาตรฐานบริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือไม่ และ 4.กำหนดแนวทางป้องกันเหตุซ้ำ โดยเฉพาะกรณีประชาชนเรียกทั้ง 1669 และรถพยาบาลเอกชนพร้อมกัน
เพื่อไม่ให้เกิดการขัดขวางการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยให้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว พร้อมกำหนดข้อเสนอเชิงมาตรการต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



