เฉลิม อยู่วิทยา ปลื้มผลสำเร็จ ศูนย์ AIRRE รักษาตาทารก คืนความฝันครอบครัว ขยายสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 11:12อ่าน 3 นาที

เฉลิม อยู่วิทยา ปลื้มผลสำเร็จ ศูนย์ AIRRE รักษาตาทารก คืนความฝันครอบครัว ขยายสู่ประเทศเพื่อนบ้าน วันที่ 16 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ
ที่ห้องประชุมบุญสมมาร์ติน รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ นพ.นีล เอ็ม. เบรสเลอร์ ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและรักษาโรคจอตา อยู่วิทยา โกลบอล แอร์ (AIRRE) เซ็นเตอร์ ณ
สถาบันจักษุวิทยาวิลเมอร์ ฯ คณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พญ.จุน คอง รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและรักษาโรคจอตา อยู่วิทยา โกลบอล แอร์ (AIRRE)
รายละเอียดเพิ่มเติม
เซ็นเตอร์ฯ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ พญ.อัจฉรียา วิวัฒน์วงศ์วนา หัวหน้าหน่วยจักษุวิทยาเด็กและตาเข ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการป้องกันภาวะตาบอดในเด็กแรกเกิดในประเทศไทย : จากความร่วมมือระดับโลกสู่การรอดพ้นจากโลกมืดของเด็กไทย ศาสตราจารย์ นพ.นีล เอ็ม. เบรสเลอร์ ผศ.พญ.จุน คอง
โดยศาสตราจารย์เบรสเลอร์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว เป็นโครงการวิจัยเพื่อป้องกันภาวะตาบอดในเด็กแรกเกิด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันจักษุวิทยาวิลเมอร์ คณะแพทยศาสตร์
สถานการณ์ล่าสุด
มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ , ศูนย์วิจัยและศึกษาโรคจอตาขั้นสูงระดับนานาชาติ อยู่วิทยา และภาควิชาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีจุดประสงค์ที่จะลดภาวะตาลอดในเด็ก
โดยเฉพาะโรคจอประสาทตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนกำหนด (Retinopathy of Prematurity: ROP) เนื่องจากสถิติเด็กไทยกว่า 2 ใน 3 ที่ตาบอดเกิดจาก โรค ROP และอย่างน้อยในทารกแรกเกิด 1 พันคน
จะพบภาวะตาบอด 1 คน ผศ.พญ.อัจฉรียา วิวัฒน์วงศ์วนา หัวหน้าหน่วยจักษุวิทยาเด็กและตาเข ศาสตราจารย์เบรสเลอร์ กล่าวว่า จากปัญหาทั้งหมดทำให้นายเฉลิม อยู่วิทยา นักธุรกิจชาวไทย
มุมมองและผลกระทบ
ที่รับรู้ความสำคัญของเรื่องดังกล่าว นำกรณีนี้เข้ามาหารือ และเกิดเป็นความร่วมมือในการจัดทำโครงการวิจัยนี้ขึ้น โดยศูนย์วิจัยและศึกษาโรคจอตาขั้นสูงระดับนานาชาติ อยู่วิทยา
ได้มอบทุนสนับสนุนโครงการวิจัย ซึ่งมีเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งบุคลากร อุปกรณ์ ค่าตรวจรักษา มูลค่ากว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 330
ล้านบาทเพื่อผลักดันโครงการนี้ให้เป็นผลสำเร็จ ทดลองใช้กล้องถ่ายภาพเลนส์ตา ศาสตราจารย์เบรสเลอร์ ระบุว่า สิ่งสำคัญที่ได้รับการสนับสนุน จากนายเฉลิม ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญ อาทิ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาแบบมุมกว้างสำหรับเด็ก (Wide-field Pediatric Retinal Camera) มูลค่า 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่จะพลิกการตรวจรักษาดวงตาในเด็กแรกเกิด
เนื่องจากในพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่มีจักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรม สามารถใช้กล้องนี้ถ่ายภาพดวงตาของเด็กแรกเกิด แล้วส่งมายังศูนย์วิจัยที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อจะได้วินิจฉัย และรักษาได้ทันท่วงที ซึ่งช่วยป้องกันให้เด็กแรกเกิดไม่ต้องตาบอดจากภาวะ ROP ศาสตราจารย์เบรสเลอร์ ระบุว่า โครงการนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 256…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



