ยกระดับกู้ชีพไทยสู่ยุค AI ดัน NDEMS เชื่อมข้อมูลผู้ป่วยทั้งประเทศ ลดสูญเสียในภาวะวิกฤต
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 15:13อ่าน 3 นาที

ยกระดับกู้ชีพไทยสู่ยุค AI สว. ชูแผนปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินครั้งใหญ่ ดัน “NDEMS” เชื่อมข้อมูลผู้ป่วยทั้งประเทศ ลดสูญเสียในภาวะวิกฤต วันที่ 1 ส.ค.2569 นพ.เปรมศักดิ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพียยุระ สว. ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเทคโนโลยีดิจิทัล ในคณะอนุกรรมาธิการ (อนุกมธ.) ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ในคณะกมธ.การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา พร้อมคณะอนุกมธ. ได้ร่วมประชุมและศึกษาดูงานที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
รายละเอียดเพิ่มเติม
อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา จ.นนทบุรี โดยมี ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในฐานะรองประธานคณะทำงานฯ และคณะผู้บริหาร สพฉ.
ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งเชิญหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ฉุกเฉินร่วมประชุม นพ.เปรมศักดิ์ เปิดเผยว่า
ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณากรอบแนวทางการปฏิบัติงานร่วมและการบูรณาการข้อมูลการแพทย์ฉุกเฉินแบบไร้รอยต่อ (End-to-End Emergency Medical Operations & Data Integration)
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ประสบเหตุฉุกเฉินให้รวดเร็ว ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้การศึกษาปฏิรูประบบการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สาระสำคัญของการศึกษากำหนดให้การทำงานของหน่วยงานหลัก 3 ฝ่าย ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เชื่อมโยงการปฏิบัติงานเป็นระบบเดียว ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การเข้าควบคุมพื้นที่ การค้นหาและกู้ภัย
มุมมองและผลกระทบ
การปฐมพยาบาล การส่งต่อผู้ป่วย การเชื่อมโยงสิทธิการรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูและถอดบทเรียนหลังเกิดเหตุ โดยแบ่งกระบวนการปฏิบัติออกเป็น 8 ขั้นตอน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในระบบดังกล่าว ตำรวจจะรับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัย ควบคุมพื้นที่ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร การสืบสวนสอบสวน และรักษาพยานหลักฐาน ขณะที่ ปภ.
จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จัดสรรทรัพยากร ค้นหา กู้ภัย บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ส่วน สพฉ. จะรับผิดชอบการรับแจ้งเหตุทางการแพทย์ การคัดแยกผู้ป่วย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การสั่งการทีมกู้ชีพ การรักษาเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ การนำส่งโรงพยาบาล และกำกับมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ หัวใจสำคัญของแนวทางใหม่ คือ การยึดหลัก
“การช่วยชีวิตมาก่อน” ควบคู่กับการสั่งการแบบเอกภาพ (Unity of Command) การคุ้มครองสิทธิผู้ประสบเหตุ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA
และการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปจนถึงการรักษาและฟื้นฟู นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางยกระดับบทบาทของ สพฉ. จากผู้ให้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
สู่การเป็น “System Integrator” หรือผู้บูรณาการระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



