ออมสิน ชี้คลังจ่อคลอด ‘สินเชื่อนกกระซิบ’ ดึงใช้ข้อมูล ‘AI-Ari Score’ พิจารณาปล่อยกู้
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 14:32อ่าน 3 นาที

ออมสิน ชี้คลังจ่อคลอด สินเชื่อนกกระซิบ ดึงใช้ข้อมูลทางเลือก ‘AI นกกระซิบ-Ari Score’ พร้อมเผยสินเชื่อโซลาร์ออมสิน กู้และติดตั้งแล้วพันราย สินเชื่อนกกระซิบ –
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สำหรับสินเชื่อนกกระซิบ กระทรวงการคลังเตรียมร่วมมือกับธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย
ในฐานะธนาคารรัฐบาลจึงมีหน้าที่หลักในการดูแลประชาชน ทั้งนี้ การผลักดันโครงการ สินเชื่อนกกระซิบ จะเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อย
รายละเอียดเพิ่มเติม
รวมทั้งลดการพึ่งพึงหนี้นอกระบบได้ โดยจุดเด่นสำคัญของ สินเชื่อนกกระซิบ คือ การนำข้อมูลพฤติกรรมการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วม โครงการไทยช่วยไทยพลัส และใช้เอไอนกกระซิบ
ร่วมกับข้อมูลจาก อารีย์สกอร์ (Ari-Score) มาใช้เป็นข้อมูลทางเลือก เพื่อที่พ่อค้าและแม่ค้าจะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นหลักฐานในการยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารออมสินได้
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับวงเงินหรือเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อต่อรายนั้น ยังอยู่การพิจารณาร่วมกัน นายทรงพล กล่าวว่า จากเดิมการอนุมัติสินเชื่อมักจะอ้างอิงจากสถิติการชำระหนี้
สถานการณ์ล่าสุด
ข้อมูลเครดิตบูโร (Credit Bureau) หรือการประเมินจากหลักประกันเป็นหลัก การเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลพฤติกรรมทางเลือกใสโครงการสินเชื่อนกกระซิบนี้
จะช่วยจำลองความเหมาะสมในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ครอบคลุมกลุ่มคนได้มากขึ้น และมีความแม่นยำสูงขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหลักประกันเพียงอย่างเดียว นายทรงพล กล่าวว่า
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารมีการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อใหม่ในทุกกลุ่มลูกค้า โดยโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยตำ่ หรือ สินเชื่อ Soft loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท
มุมมองและผลกระทบ
ขณะนี้มียอดเบิกใช้ไปแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า หรือ สินเชื่อ EV วงเงิน 5,000 ล้านบาท ขณะนี้ใช้หมดแล้ว และได้เพิ่มวงเงินอีก 5,000 ล้านบาท
ซึ่งคาดว่าจะหมดเร็วๆนี้ ซึ่งหากวงเงินครั้งนี้หมดคาดว่าจะเพิ่มได้อีก ในขณะเดียวกัน สัดส่วนของหนี้เสีย (NPL) ลดลงและมีสถานการณ์ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้
แม้ธนาคารจะมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยลูกหนี้และปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ในระดับเพียง 1.7%-1.9% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าทุกธนาคารในระบบ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่กำไรของธนาคารกลับปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการขยายฐานลูกค้าทั้งฝั่งเงินฝากและเงินกู้ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่วนด้านการสนับสนุนภาคธุรกิจ ปีนี้ธนาคารเน้นการปล่อยสินเชื่อ Supply chain
คู่ค้ามากขึ้น ครอบคลุมทั้งกลุ่มพลังงาน ค้าปลีกค้าส่ง และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมไปถึงการตอบสนอง “ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องรายได้ ไม่ได้ตั้งใจต้องรายได้เยอะ
แต่เราให้ความสำคัญกับลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงิน ถ้าคุณมีวินัยทางการเงิน ไม่ต้องกู้ทีละเยอะๆ แต่กู้แล้วคืนๆ จะมีโอกาสที่จะได้รับเงินกู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” นา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



