เปิดใจเจ้าของร้าน “ปั๋นปอน” หลังถูกอดีตภรรยาแฉใช้ AI เกี่ยวกับร้านผ้า ยันเคยตกลงแบ่งธุรกิจ อยากให้เรื่องจบ
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 18:05อ่าน 3 นาที

เปิดใจเจ้าของร้าน “ปั๋นปอน” หลังถูกอดีตภรรยาแฉปมลอกเลียนแบบ-ใช้ AI เกี่ยวกับร้านผ้า เล่าชีวิตคู่ 8 ปี ก่อนแยกร้าน ยันเคยตกลงแบ่งธุรกิจ อยากให้เรื่องจบ จากกรณีดราม่าระหว่าง
ประเด็นสำคัญ
“จริตไทย” ร้านเสื้อผ้าพื้นเมืองล้านนา และ “ปั๋นปอน” ซึ่งมีประเด็นพิพาทระหว่างอดีตสามีภรรยา ทั้งเรื่องสิทธิ์ในการทำธุรกิจ การใช้ภาพสินค้า การนำภาพไปดัดแปลงด้วย AI
รวมถึงเรื่องลูกและความสัมพันธ์ในครอบครัว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์นั้น ล่าสุดวันที่ 5 ส.ค. 2569 นายปวีณ เจ้าของร้าน “ปั๋นปอน” เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์”
รายละเอียดเพิ่มเติม
เล่าถึงที่มาของปัญหาและข้อพิพาทที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าต้องการชี้แจงมุมของตนเอง หลังที่ผ่านมาเลือกที่จะเงียบและไม่ตอบโต้ เพราะไม่ต้องการให้เรื่องบานปลาย นายปวีณ กล่าวว่า
ตนและอดีตภรรยาใช้ชีวิตร่วมกันมาประมาณ 8 ปี และมีลูกด้วยกัน โดยปัญหาความสัมพันธ์เริ่มต้นจากกรณีที่ตนจับได้ว่าอดีตภรรยาแอบพูดคุยกับเพื่อนของตน
หลังทั้งคู่รู้จักกันจากการเล่นเกมในแอปพลิเคชัน และมีการเล่นเกมด้วยกันบ่อยขึ้น ตนระบุว่าจับได้ประมาณ 3-4 ครั้ง และเคยบอกอดีตภรรยาตลอดว่าการพูดคุยในลักษณะดังกล่าวไม่ถูกต้อง
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะรู้สึกว่าเป็นการไม่ให้เกียรติตนและลูก อีกทั้งบุคคลที่พูดคุยด้วยเป็นเพื่อนของตน ทำให้สุดท้ายตนต้องมีปัญหากับเพื่อนด้วย ช่วงนั้นทั้งคู่ยังไม่ได้เลิกรากัน
ต่อมาอดีตภรรยาเดินทางไปเรียนด้านการออกแบบที่กรุงเทพฯ โดยก่อนหน้านี้ตนสามารถเข้าบัญชี Instagram, TikTok และ Facebook ของอดีตภรรยาได้ แต่เมื่ออีกฝ่ายไปเรียนกลับไม่สามารถเข้าได้
โดยได้รับคำอธิบายว่าแอปพลิเคชันอาจอยู่ระหว่างการปรับปรุง อย่างไรก็ตาม นายปวีณ ระบุว่า ตนยังสามารถเข้าบัญชีผ่าน iPad ได้ และพบว่าอดีตภรรยายังคงพูดคุยกับเพื่อนของตนอีก
มุมมองและผลกระทบ
จึงโทรศัพท์ไปสอบถามเพื่อน ซึ่งเพื่อนยอมรับว่ามีความรู้สึกชอบอดีตภรรยาของตน ทำให้ตนกับอดีตภรรยาทะเลาะกันอย่างหนัก ก่อนตนจะบอกว่าให้หย่ากันให้จบ
หลังจากนั้นอดีตภรรยากลับมาง้อและบอกว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก พร้อมขอเริ่มต้นกันใหม่ ตนจึงยอมกลับไปใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ยอมรับว่ารู้สึกว่าการกลับมาครั้งนั้นอาจไม่ได้เกิดจากความจริงใจ
และมองว่าอดีตภรรยาอาจไม่ได้มีใจให้ตนแล้ว สุดท้ายจึงตกลงหย่ากัน โดยมีการพูดคุยเรื่องลูกและธุรกิจ นายปวิณระบุว่า ทั้งคู่มีธุรกิจอยู่ 2 ส่วน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
คือธุรกิจเสื้อผ้าพื้นเมืองและธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น จึงตกลงกันว่าตนจะรับธุรกิจเสื้อผ้าพื้นเมืองไปทำต่อ ส่วนอดีตภรรยาจะทำเสื้อผ้าแฟชั่น รวมถึงงานวาดรูป นอกจากนี้
ยังมีเรื่องคอนโดมิเนียมเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากอดีตภรรยาเคยต้องการให้ตนกู้ซื้อคอนโดฯ ที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อทั้งคู่กำลังจะหย่ากัน ครอบครัวของตนไม่เห็นด้วยที่จะให้กู้ต่อ
เพราะทั้งสองฝ่ายกำลังจะแยกทางกัน นายปวีณ ระบุว่า เมื่ออดีตภรรยาทราบเรื่องก็ไม่พอใจ และมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการนำลูกไปเลี้ยงที่จังหวัดแพร่ ตนจึงตัดสินใจยอมกู้คอนโดฯ ให้
เพื่อให้ลูกได้กลับมาอยู่กับตนที่แพร่ โดยสุดท้ายลูกมาอยู่ที่แพร่และตนเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



