จากสภาสู่หน้ากระดาษ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เคาต์ดาวน์ 96 เดือน คืนสนามการเมือง ถ่ายทอดมุมมองต่อโลกผ่านหนังสือเล่มใหม่
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 11:07อ่าน 3 นาที

จากสภาสู่หน้ากระดาษ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เคาต์ดาวน์ 96 เดือน คืนสนามการเมือง ถ่ายทอดมุมมองต่อโลกผ่านหนังสือเล่มใหม่ หลังเส้นทางการเมืองต้องหยุดชะงัก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังคงนับเดือนถอยหลังแทนการนับปี สู่วันที่จะได้กลับมามีบทบาททางการเมือง “นับเป็นเดือนแล้วรู้สึกสบายกว่านับเป็นปี” 96 เดือนคือช่วงเวลาที่เหลือก่อนคืนสนาม ขณะที่คดี 44 อดีต ส.ส. ยังเป็นอีกปัจจัยที่อาจทำให้การรอคอยยาวนานกว่าที่คิด หรืออาจหมายถึงการถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ระหว่างการรอคอย พิธา ยังคงเคลื่อนไหวผ่านการเดินทาง พบปะคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ แลกเปลี่ยนมุมมองด้านการเมือง เศรษฐกิจ และระเบียบโลก พร้อมใช้หน้ากระดาษเป็นพื้นที่ทำงานทางความคิด ทั้งในฐานะคอลัมนิสต์ ‘มติชนสุดสัปดาห์’ และหนังสือเล่มใหม่กับ ‘สำนักพิมพ์มติชน’ ซึ่งเตรียมเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ “ประเทศไทยทำได้ และผมทำได้” คือ คำตอบต่อคำถามที่ว่า (จะยัง) มาเล่นการเมืองทำไม?
ประเด็นสำคัญ
พลังคนรุ่นใหม่ มุมมองต่อการเมืองไทยในวันนี้ บทเรียนหลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ไปจนถึงชีวิตระหว่างรอการกลับมา พิธา คิดอย่างไร?
พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์ บรรณาธิการ ข่าวการเมือง ‘เครือมติชน’ ชวนสนทนาอย่างลึกซึ้ง รัฐบาล 3 เดือน เหมือน 3 ปี มีแต่ปัญหา แม้ดูเหมือนเข้มแข็ง แต่หากศรัทธาหมด อาจอยู่ไม่ถึง 4 ปี?
รายละเอียดเพิ่มเติม
หลายเรื่องที่มันประเดประดังมา มันมาจากภายนอก และจากคนกันเอง ผมยังรู้สึกว่าหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง มันเหมือนกับว่า ประเดประดังขึ้นมา เพราะมันมีความเป็นสหพันธ์บ้านใหญ่ ที่มีความไม่เข้าเนื้อกัน และมีวิชาต่างๆ ที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมขึ้นอยู่ในอำนาจนิยมในตัวของมันเอง ผมว่าอันนี้น่าจะเป็นปรากฏการณ์ใหญ่ที่เห็นได้ว่าอำนาจนิยมเขากัดกินตัวเอง มันขยายใหญ่มากจนไม่รู้จะไปกินอะไรต่อจนกลับมากินตัวเอง การขยายตัวที่ใหญ่เกินไป ในที่สุดคนหนึ่งก็มีวงกลมของตัวเอง อีกคนก็มีวงกลมของตัวเอง พอมันชนกันเมื่อไหร่ ก็ต้องมีการประลองกําลังกัน ซึ่งตรงนั้นมันทำให้ศรัทธาของประชาชนหาย เพราะวันๆ ไม่มีอะไร มีแต่เล่นการเมืองกันเอง แต่ไม่ได้บริหารบ้านเมือง กับความทุกข์ร้อนที่เขามี ศรัทธาที่ประชาชนมีต่อการเมือง ก็ย่อมลดน้อยถอยลง ผมใช้คําว่าการเมือง ไม่ใช่แค่รัฐบาลอย่างเดียว เพราะฉะนั้นทุกพรรครวมถึงพรรคที่ผมสังกัดอยู่ด้วยก็มีหน้าที่สร้างความหวัง สร้างศรัทธา ทางเลือกขึ้นมา ว่าหน้าตามันควรเป็นอย่างไร พลังที่ดร็อปหายไปคือ พลังคนรุ่นใหม่ มองอย่างไร?
ผมอยู่กับคนรุ่นใหม่ตลอด อยู่กับน้องๆ อายุ 17-27 ปี เขารู้สึกว่ามันไม่มีตัวแทนของเขาในระบบ ผมมีออฟฟิศ 20 นาที ใครอยากลงเลือกตั้งไม่ว่าจะในประเทศไหน เขาก็จะมาคุยกับผม 20 นาที ผมถามว่าอยากลงตำแหน่งอะไร อยากเป็นผู้ว่าฯ นายกเทศมนตรี ส.ส. ส.ว. หรือผู้นำประเทศ มีทั้งชิลี โบลิเวีย โคลอมเบีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงไทย แต่ถ้าเป็นเด็กอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ เขาจะถามคำถามเดียวกันว่า ถ้าพวกผมอยากตั้งพรรคการเมือง ต้องใช้เงินเท่าไห…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



