รถกระบะรอลุ้น สอท.ชงรบ.หนุน ชี้ใช้ชิ้นส่วนในปท.กว่า 90% ช่วยประคองศก.ได้ แฉ 7 ด.ยอดนำเข้าอีวีพุ่ง 62.58%
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 16:21อ่าน 3 นาที

รถกระบะรอลุ้น สอท.ชงรบ.หนุน ชี้ใช้ชิ้นส่วนในปท.กว่า 90% ช่วยประคองศก.ได้ แฉ 7 ด.ยอดนำเข้าอีวีพุ่ง 62.58% เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า
ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ขอเสนอให้ทางรัฐบาลส่งเสริมให้ผู้บริโภคซื้อรถกระบะมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นเรียลเซคเตอร์ (ภาคเศรษฐกิจจริง เกี่ยวข้องการผลิตสินค้าและบริการจับต้องได้จริง)
รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีโครงการซื้อรถปิกอัพมีคลังค้ำขายได้ประมาณ 2 พันคัน แต่เป็นการไปค้ำประกันราคาทั้งหมด Infographic TAIA – July 26 -จำหน่าย นายสุรพงษ์ กล่าวว่า
ตอนนี้น่ากังวลมากๆ จากยอดขายรถยนต์ 7 เดือนแรกของปี 406,162 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.39 นั้น เป็นการขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าถึง 125,411 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 97.39
แต่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศมีเพียง 46,924 คัน เท่ากับร้อยละ 37.42 ของขาย เป็นการขายของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าถึงร้อยละ 62.58
สถานการณ์ล่าสุด
จึงเรียกร้องให้พิจารณาภาษีอาจจะไม่เป็นธรรมกับรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้าผลิตในประเทศไทยมีการจ้างแรงงานคนไทยและใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ
ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตกลับต้องเสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรมกับรถยนต์ผลิตในประเทศ และที่น่ากังวลใจมากอีกเรื่องหนึ่งคือ
ยอดขายรถกระบะยังคงขายลดลงเหลือเพียง 1 หมื่นกว่าคัน จากเคยขายเดือน 3 หมื่นกว่าคัน ลดลงถึงกว่า 60% เพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศเติบโตอัตราต่ำมาตลอดหลายไตรมาส
มุมมองและผลกระทบ
ไตรมาสสองของปีนี้เติบโต 1.9% ลดลงจากไตรมาสหนึ่งเติบโต 2.8 ยอดขายรถกระบะใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศถึง 90 % ลดลงส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์กระบะและอุตสาหกรรมอื่น ๆ
ในซัพพลายเชนของรถกระบะลดลงด้วย ส่งผลถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศลดลงหรือขยายตัวในอัตราต่ำ บางเดือนใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60 % ของกำลังผลิตทั้งหมด Infographic TAIA – July
26 -ผลิต “ รถกระบะเป็นโปรดักแชมเปี้ยนของไทย ย้ายจากฐานผลิตในญี่ปุ่นมาผลิตในไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน ส่งออกไปกว่า 120 ประเทศและเพื่อขายในประเทศ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เมื่อยอดผลิตลดลงถึงสองในสามผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนจำนวนมากได้รับความเดือนร้อน จนผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายต้องเลิกกิจการไป หรือย้ายการลงทุนไปประเทศอื่น กกร.เคยเสนอเมื่อสองปีก่อน
ให้รัฐบาลตั้งกองทุนเข้าค้ำประกันกับสถาบันการเงินในผลขาดทุนรถยึดตามจริง แต่ไม่เกินคันละ 5 หมื่นบาท มีเงื่อนไขให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อรถกระบะมากขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา
เพื่อเพิ่มยอดขายและยอดผลิตรถกระบะให้มากขึ้น เพื่อให้แรงงานในซัพพลายเชนทั้งหลายมีงานทำมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น จะส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศแข็งแรงขึ้น สามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าต่าง ๆ
มากขึ้น รวมทั้งชำระหนี้ครัวเรือนได้มากขึ้น เกิดการลงทุนการจ้างงานเพิ่มขึ้น รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



