ศุภจี โชว์ผลงาน 90 วันคุมพาณิชย์ พอใจมากสุด ‘ดูแลภาคเกษตร’ เปิด 7 ภารกิจก้าวต่อไป
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 17:59อ่าน 3 นาที

ศุภจี เปิดยุทธศาสตร์พาณิชย์ 7 ก้าวต่อไป อัดแน่นกิจกรรม ‘เร่งเจรจาการค้า ดันส่งออก เข้มนอมินี พยุงราคาเกษตร หนุนไทยช่วยไทยพลัส ลดค่าครองชีพ’ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลงาน 90 วันของกระทรวงพาณิชย์ว่า ช่วง 90 วันที่ผ่านมา (เมษายน-กรกฎาคม 2569)
กระทรวงพาณิชย์เริ่มขับเคลื่อนนโยบายเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยวางแนวทางทำงานควบคู่กันทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น และการปรับโครงสร้างในระยะยาว ผ่าน 5 นโยบายหลัก
รายละเอียดเพิ่มเติม
ประกอบด้วย นโยบายที่ 1 ดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ ยกระดับชุมชน ภายใต้แนวคิดเข้าถึงทุกพื้นที่ กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพทั้งระดับประเทศและระดับพื้นที่
ตั้งแต่การลดราคาสินค้าร่วมกับห้างและซัพพลายเออร์ การจัดกิจกรรม Back to School การลดราคาระดับอำเภอมากกว่า 800 แห่ง รวมถึงรถพุ่มพวงสำหรับพื้นที่ห่างไกล
ตลอดจนโครงการแฟรนไชส์สร้างอาชีพ ไทยช่วยไทย และการช่วย SMEs ขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ซึ่งผลจากการดำเนินมาตรการด้านค่าครองชีพ สามารถช่วยลดค่าครองชีพประชาชนรวมกว่า 818 ล้านบาท
สถานการณ์ล่าสุด
และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจการค้ากว่า 2,900 ล้านบาท โดยกระทรวงมุ่งให้มาตรการเข้าถึงประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการจัดกิจกรรมในส่วนกลาง นโยบายที่ 2
รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาสู่การแก้ปัญหาล่วงหน้า เชิงโครงสร้างตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ
โดยต้นน้ำเน้นวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาด หรือ Demand Driven และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ขณะที่กลางน้ำมุ่งพัฒนาห้องเย็นและระบบ Cold Chain
มุมมองและผลกระทบ
พร้อมสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ส่วนปลายน้ำเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐภายใต้ไทยช่วยไทย และรุกตลาดผ่าน Live Commerce นอกจากนี้ ยังมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในสินค้าสำคัญ เช่น
มะพร้าวน้ำหอม ผ่านการลงชุมชน การแปรรูป และการลดของเสียตามแนวทาง Circular Economy รวมถึงการพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งรวม 466 กลุ่ม แบ่งเป็นเฟสแรก 200 กลุ่ม และเฟสที่ 2
เพิ่มอีก 266 กลุ่ม พร้อมยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรด้วย Big Data และ Dashboard แบบเรียลไทม์ ด้านผลการดูแลสินค้าเกษตร มีสินค้าหลายรายการที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น 45% มันสำปะหลังเพิ่มขึ้นถึง 79% ยางพาราเพิ่มขึ้น 30% ขณะที่ข้าวไทยมีทั้งราคาส่งออกและราคาในประเทศปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ราคาส่งออกข้าวหอมมะลิ 1,173
ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 10.66% ข้าวขาว 5% ราคา 467 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 19.13% ส่วนราคาข้าวหอมมะลิในประเทศอยู่ที่ 17,500 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น 8.57% และข้าวเจ้า 9,050
บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น 27.05% นโยบายที่ 3 สร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน มุ่งคุ้มครองทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ประกอบการไทย เกษตรกร ปลอดนอมินี โดยวา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



