วัดมหาธาตุฯ มรดกโลก แห่งที่ 9 ไทย ยูเนสโก มติเอกฉันท์ สุชาติ-ซาบีดา ปลื้ม เมืองคอน ฉลองใหญ่
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 06:20อ่าน 3 นาที

วัดมหาธาตุฯ มรดกโลก แห่งที่ 9 ไทย ยูเนสโก มติเอกฉันท์ สุชาติ-ซาบีดา ปลื้ม เมืองคอน ฉลองใหญ่ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน (Busan Exhibition and Convention Center: BEXCO) นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
มีมติเป็นเอกฉันท์ประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ นับแห่งที่ 9 ของประเทศไทย ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมี นายสุชาติ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่ 1 และหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่ 3 และประธานคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมศิลปากร สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดนครศรีธรรมราช
สถานการณ์ล่าสุด
เข้าร่วมการประชุม เพื่อผลักดันวาระของประเทศไทยในการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (วาระที่ 8B) “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
จ.นครศรีธรรมราช” เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยได้นำเสนอคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value)
ทั้งในมิติของการเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต (Living
มุมมองและผลกระทบ
Heritage) ซึ่งปรากฏผ่านประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน นายสุชาติ เปิดเผยว่า ผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย
นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ วธ., ทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ คุ้มครอง
และส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องในระดับสากล นายสุชาติ กล่าวว่า จากความสำเร็จในครั้งนี้ วธ.จะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์โบราณสถานและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโกต่อไป
“สำหรับการตัดสินใจให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลก พวกเราได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักมานานกว่าสิบปี การเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในครั้ง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



