งัด ‘9 ข้อ’ ดูแลร.ร. ศธ.ยกระดับความปลอดภัย ตรวจอาวุธ-เข้มเข้าออก ประเสริฐเตรียมใช้ทั่วปท.
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 06:39อ่าน 3 นาที

งัด ‘9 ข้อ’ ดูแล ร.ร. ศธ.ยกระดับความปลอดภัย ตรวจอาวุธ-เข้มเข้าออก ประเสริฐเตรียมใช้ทั่ว ปท. เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยผู้บริหารศธ.ได้ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง
ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับผู้วายชนม์ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
รายละเอียดเพิ่มเติม
และพิธีวางพวงมาลาพระราชทาน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงและเกิดความสูญเสียมาก พร้อมเร่งสิทธิประโยชน์ ทั้งเงินสงเคราะห์ การขอพระราชทานเพลิงศพ เลื่อนขั้นเงินเดือน
และมอบรางวัล ครูถิรคุณ เชิดชูเกียรติ เพื่อยึดมั่นในคุณงามความดีของแม่พิมพ์ของชาติ ด้านนโยบายได้สั่งการ ปิดเรียน 1 สัปดาห์ จะเปิดเรียนอีกครั้งวันที่ 17 สิงหาคม
จากนี้เร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนและผู้ปกครองเป็นการด่วน พร้อมทุกฝ่ายก้าวผ่านความยากลำบากนี้ร่วมกัน ขณะเดียวกันรัฐบาลและศธ.ได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด
สถานการณ์ล่าสุด
เข้มงวดการห้ามพกอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย คัดกรองกลุ่มเสี่ยง พิจารณาติดตั้งเครื่องสแกนในโรงเรียนตามความเหมาะสม บูรณาการร่วมกับตำรวจใกล้ชิด สำหรับคดีความและครอบครัวผู้ก่อเหตุ
ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวน ศธ.พร้อมเข้าไปดูแลช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมที่สุด นายประเสริฐกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ประชุมด่วนกับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช. ) โรงเรียนเอกชน และ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)
มุมมองและผลกระทบ
ทั่วประเทศ ทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ผ่านระบบซูม เพื่อชี้แจงแนวทางมาตรการความปลอดภัย พร้อมเตรียมประกาศและรายละเอียดมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง
ครู และนักเรียน ควบคู่กับการยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาให้มีมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติชัดเจนมากขึ้น ดังนี้ มาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันเหตุซ้ำรอย
1.ขอความร่วมมืองดเปิดเผยข้อมูลผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat Effect) 2.เยียวยาและปฐมพยาบาลทางจิตใจอย่างต่อเนื่องแก่ผู้ได้รับผลกระทบและผู้อยู่ในที่เกิดเหตุการณ์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
3.ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานศึกษาทั่วประเทศ , มาตรการความปลอดภัยและการดูแลสถานศึกษา 1.ดูแลสุขภาพจิตและเปิดช่องทางช่วยเหลือทั่วประเทศ ขับเคลื่อนศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ศธ.
และเครือข่ายนักจิตวิทยาประจำเขตพื้นที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก พร้อมบูรณาการอาจารย์ มหาวิทยาลัยและสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ให้บริการปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง นายประเสริฐกล่าวต่อว่า
2.เยียวยาโรงเรียนที่เกิดเหตุและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง จัดส่งนักจิตวิทยาเข้าบำบัดฟื้นฟูสภาพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



