จับอดีตเจ้าอาวาสวัดดังเชียงราย หลังโอนเงินให้แก๊งคอล 8.7 ล้าน โดนคดีเป็นเจ้าพนง.เบียดบังทรัพย์
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 21:18อ่าน 3 นาที

จับอดีตเจ้าอาวาสวัดดังเชียงราย หลังต้องสึกเซ่นโอนเงินให้แก๊งคอล 8.7 ล้าน โดนคดีเป็นเจ้าพนง.เบียดบังทรัพย์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน, พ.ต.ท.ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่จัน มอบหมายให้
พ.ต.ท.ผดุง ท้ายเรือคำ สารวัตรสืบสวน สภ.แม่จัน นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ จ.678 (ทจ.2) /2569 ลงวันที่ 19
รายละเอียดเพิ่มเติม
ส.ค.2569 ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต
หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย” เข้าจับกุมตัวนายหน่อแก้ว อายุ 64 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดแม่คำ ต.แม่คำ อ.แม่จัน ขณะที่อยู่ที่บ้านพักพื้นที่หมู่ 2 ต.แม่คำ
หลังจากเกิดเหตุอดีตเจ้าอาวาสวัดและไวยาวัจกรวัดแม่คำ ได้โอนเงินทั้งส่วนตัวและเงินวัดไปให้กับบุคคลอื่นตลอดปี 2568-ก.ค.2569 จำนวน 207 ครั้งรวมจำนวน 8.7 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 9 ส.ค.2569
สถานการณ์ล่าสุด
เจ้าคณะ ต.แม่คำ เขต 1 อ.แม่จัน สั่งให้พระมหาหน่อแก้ว อินทปญโญ อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดแม่คำ (ชื่อและตำแหน่งในขณะนั้น) พักจากตำแหน่ง และเจ้าคณะอำเภอได้มีคำสั่งให้เจ้าคณะ ต.แม่คำ เขต
1 รักษาการเจ้าอาวาสวัดแทน ขณะที่มีชาวบ้านแจ้งความให้เอาผิดกับอดีตเจ้าอาวาส ทำให้ต่อมาอดีตเจ้าอาวาสได้ลาสิกขาหรือสึกออกมาเป็นฆารวาสส่วนไวยาวัจกรคนดังกล่าวก็ลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน
วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายที่ จ.679 (ทจ.2) /2569 ลงวันที่และข้อหาเดียวกัน เข้าจับกุมตัวนายกาบ อายุ 66 ปี อดีตไวยาวัจกรวัดแม่คำ ได้ที่หมู่ 12 ต.แม่คำ
มุมมองและผลกระทบ
ในข้อหาเดียวกันด้วย จากนั้นได้นำตัวทั้งคู่ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับคดีดังกล่าวทางเจ้าหน้าทีตำรวจระบุว่ากรณีการจับกุมครั้งนี้เป็นคนละประเด็นกับการที่อดีตเจ้าอาวาสระบุว่าถูกขบวนการหลอกลวงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินไปให้
กระนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทิ้งประเด็นหลังนี้โดยมองว่าทั้งคู่อาจจะยังเป็นแค่เหยื่อหรือผู้เสียหายซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนกันต่อไป
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับคดีโอนเงินดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อมีการประชุมวัดแม่คำเมื่อต้นเดือน ส.ค.2569 ที่ผ่านมาและพบว่าเงินของวัดได้หายไปเป็นจำนวนมาก
ซึ่งทางอดีตเจ้าอาวาสระบุว่าเกิดจากมีบุคคลอ้างว่าเป็นตำรวจในภาคตะวันออกกล่าวหาว่าตนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จึงให้โอนเงินไปให้ตรวจสอบทำให้มีการเบิกเงินโอนไปให้จำนวน 207 ครั้ง
เข้าไปยังบัญชีธนาคารจำนวน 66 บัญชี เป็นมูลค่า 8.7
ล้านบาทดังกล่าวโดยบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจห้ามไม่ให้บอกผู้ใดเพราะเป็นความลับของทางราชการทำให้ไม่มีใครรับรู้นอกจากอดีตเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรที่มีอำนาจในการเบิกเงินร่วมกัน
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



