กกต. ชี้แจง มีเจ้าหน้าที่รับเงินจริง 8.6 แสน แต่เป็นคดีเลือกตั้ง ไม่เกี่ยวกับฮั้ว สว.
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 19:36อ่าน 2 นาที

กกต. ชี้แจง มีเจ้าหน้าที่รับเงินจริง 8.6 แสน แต่เป็นคดีเลือกตั้ง ไม่เกี่ยวกับฮั้ว สว. สั่งปลดพนักงานคนดังกล่าวออกจากงาน-ฟ้องอาญาแล้ว 11 ส.ค. 69 –
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้วเลือก สว. พบเส้นทางการเงินใน จ.อำนาจเจริญ
โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ สำนักงาน กกต. จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ระหว่าง เดือน เม.ย. – ก.ค. 67
รายละเอียดเพิ่มเติม
กรณีพฤติการณ์รับโอนเงินที่เกิดขึ้นในปี 67 มีความเกี่ยวข้องกับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานของสำนักงาน กกต.
และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.- 22 ก.ค. 67 โดยการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
เป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกสว. แต่อย่างใด ซึ่งสำนักงานกกต.ได้มีการดำเนินการใน 4 มาตรการดังนี้ 1.
สถานการณ์ล่าสุด
มีคำสั่งให้พนักงานฯคนดังกล่าวออกจากงานไว้ก่อน 2. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และการสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการบริหาร กกต. เพื่อพิจารณามีมติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป 3. แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญา
กับพนักงานสืบสวน และไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว และบุคคลอื่น จำนวน 2 ราย 4. รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา
มุมมองและผลกระทบ
136 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่ง กกต.ได้สั่งลงโทษปลดพนักงานคนดังกล่าวออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงานไปก่อนแล้ว ส่วนกรณีเส้นทางการเงินใน 4 จังหวัด
ได้แก่ นครพนม ลำพูน สงขลา และ อำนาจเจริญ หลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนการพิจารณาแล้ว กกต. ยืนยันว่าให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส ความสุจริต
และความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



