เปิดผลสอบโกงสอบท้องถิ่นชุดปกรณ์ พบช่องโหว่ทุกขั้นตอน อัตราว่าง 8,548 อัตรา บรรจุจริง 15,520 อัตรา
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 10:06อ่าน 3 นาที

วันนี้ (12 สิงหาคม) เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด ‘ปกรณ์’ เสนอ ‘อนุทิน’ ชี้ช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่อัตราว่าง-จัดสอบ-ทำ TOR-จ้างผู้รับจ้าง พบแก้คะแนน ‘ตกเป็นผ่าน-เพิ่มคะแนน’
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
มีหลักฐาน Digital Footprint ประสานคนนอกแก้ผลสอบ ชี้ชัด หลังจับขบวนการยังเรียกบรรจุ เสนอรื้อคะแนน-บัญชีใหม่ สั่ง ป.ป.ท.-ปปง. สาวขยายผลทลายเครือข่าย ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
พร้อมทบทวนบทบาท ก.สถ. และทำฐานข้อมูลกลางคนทุจริตสอบ วันที่ 12 สิงหาคม มีรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการ ได้รายงานผลสอบดังกล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยรายละเอียดระบุว่า ผลการตรวจสอบพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและลักษณะที่อาจขัดต่อกฎหมายเกือบทุกขั้นตอน
ตั้งแต่การกำหนดอัตราว่าง การอนุมัติจัดสอบ การจัดทำ TOR การจัดหาผู้รับจ้าง การจัดสอบและตรวจคะแนน การประกาศผล ไปจนถึงการเรียกบรรจุและการดำเนินการหลังพบขบวนการทุจริต คณะกรรมการพบว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ก.กลาง อนุมัติอัตราว่างสำหรับการสอบ 8,548 อัตรา แต่มีการบรรจุจริง 15,520 อัตรา จึงเสนอให้ตรวจสอบว่าการบรรจุเกินอัตราดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ส่วนการจัดทำ TOR พบว่า ก.สถ. มอบฝ่ายเลขานุการเป็นผู้ดำเนินการจัดทำ TOR และกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบการสอบในลักษณะ ‘เบ็ดเสร็จเด็ดขาด’ แต่คณะกรรมการย้ำว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่ทำให้
ก.สถ. พ้นจากความรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากยังมีหน้าที่กำกับและรับผิดชอบต่อกระบวนการจัดสอบ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้รับจ้างนำงานตรวจผลสอบไปให้ผู้รับจ้างช่วงดำเนินการ
มุมมองและผลกระทบ
และมีการทำสำเนาข้อมูลผลสอบเพิ่มอีก 1 ชุด ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นความเสี่ยงต่อการทุจริต และควรตรวจสอบว่าเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่สุดของรายงาน
คือพบความผิดปกติของผลคะแนนสอบ โดยผลการตรวจคะแนนของผู้รับจ้างช่วงทันทีหลังการสอบภาค ก. และ ข. ไม่ตรงกับผลที่มีการประกาศ จากการตรวจสอบ Digital Footprint และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง
พบหลักฐานการสั่งการและประสานให้เจ้าหน้าที่แก้ไขข้อมูลผลสอบหลายครั้ง โดยมีทั้งการแก้คะแนนผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการเพิ่มคะแนนผู้ที่สอบได้อยู่แล้ว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งส่งผลต่อลำดับบัญชีและโอกาสได้รับการเรียกบรรจุ คณะกรรมการระบุว่าเป็น ‘ความบกพร่องร้ายแรง’
และการมอบหมายหรือประสานกับบุคคลภายนอกที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจให้แก้ไขผลสอบที่มีการประกาศแล้ว เป็นพฤติกรรม ‘ผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง’ รายงานยังวิจารณ์ว่า ก.สถ.
ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดผลสอบอย่างเพียงพอก่อนรับรอง โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลลับ ทั้งที่ ก.สถ. เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเองและมีหน้าที่รับผิดชอบผลสอบ
อีกประเด็นที่คณะกรรมการตั้งข้อสังเกตคือ หลังมีการจับกุมขบวนการทุจริต ก.สถ. ยังดำเนินการเรียกบรรจุต่อ ก่อ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



