ซูเปอร์โพล เผย กว่า 84% หนุนกวาดล้างปืนผิดกม. หวังตำรวจเข้าถึงที่เกิดเหตุรวดเร็ว
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 13:32อ่าน 3 นาที

ซูเปอร์โพล เผย กว่า 84% หนุนกวาดล้างปืนผิดกม. หวังตำรวจเข้าถึงที่เกิดเหตุรวดเร็วหยุดอันตรายได้ก่อนเกิดความสูญเสีย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ดร.ชาญวิชย์ อริยาวรนันต์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง มาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กวาดล้างปืนผิดกฎหมาย ฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 10 – 11
สิงหาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 1,045 ตัวอย่าง ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และมีค่าความคลาดเคลื่อน ±3% ผลการสำรวจเรื่อง“มาตรการของ
รายละเอียดเพิ่มเติม
สตช.กวาดล้างปืนผิดกฎหมาย ฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนในยุคของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” สะท้อนให้เห็นว่า
ในช่วงเวลาที่สังคมมีความกังวลต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน ประชาชนส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกต่อมาตรการของ สตช. ทั้งในมิติของการป้องกัน การเข้าระงับเหตุ
การกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมาย ตลอดจนการควบคุมอาวุธปืนของทางราชการ ในภาพรวม ข้อมูลที่ค้นพบไม่ได้สะท้อนเพียงการยอมรับต่อ “การกวาดล้างปืน” เท่านั้น
สถานการณ์ล่าสุด
แต่แสดงให้เห็นความคาดหวังของประชาชนต่อการเปลี่ยนแนวทางด้านความปลอดภัยจากการตอบสนองหลังเกิดเหตุ
ไปสู่การป้องกันก่อนเกิดเหตุโดยประชาชนให้น้ำหนักสูงกับการปรากฏตัวของตำรวจในพื้นที่สาธารณะ ความรวดเร็วในการเข้าถึงเหตุ และความสามารถในการลดความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดความสูญเสีย
เมื่อพิจารณาความคิดเห็นต่อมาตรการกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมาย พบว่า มาตรการที่ประชาชนให้การตอบรับสูงที่สุด คือ การเพิ่มกำลังตำรวจตรวจตราโรงเรียน ศูนย์การค้า โรงพยาบาล ตลาด
มุมมองและผลกระทบ
และพื้นที่สาธารณะ ร้อยละ 84.14 รองลงมา ได้แก่ การเข้าถึงและระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว ร้อยละ 82.41 และ การกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมายทั่วประเทศ ร้อยละ 80.69
ขณะที่การกวาดล้างการซื้อขายอาวุธปืนและสิ่งเทียมอาวุธทางออนไลน์ และการตรวจสอบควบคุมการเบิกจ่ายอาวุธปืนของทางราชการ มีสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 78.97
ผลการสำรวจส่วนนี้มีนัยสำคัญในทางสังคมศาสตร์ สะท้อนว่าสิ่งที่ประชาชนรับรู้และให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวนการจับกุมอาวุธปืน แต่คือ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ความสามารถของรัฐในการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีผู้ดูแล และสามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา ประชาชนดูเหมือนให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยที่สัมผัสได้”
มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนมองไม่เห็นโดยตรง การเพิ่มกำลังตรวจตราในโรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า หรือตลาด จึงมีคุณค่าในสองมิติพร้อมกัน คือ การป้องปรามเชิงกายภาพ
ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสเกิดเหตุ และการสร้างความมั่นคงทางความรู้สึกให้ประชาชนรับรู้ว่ารัฐมีความพร้อมที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน หากพิจารณาค่าร้อยละทั้ง 5 มาตรการ พบว่า
ทุกมาตรการมีประชาชนตอบรับอยู่ในระดับประมาณ ร้อยละ 79–84 และมีช่วงห่างระหว่างมาตรการสูงสุดกับต่ำสุดเพียงประมาณร้อยละ 5.17 จึงไม่ควรตีความว่า ประชาชนต้องการเพียงการเพิ่มกำลังตำรวจ
แต่ควรตีความว่า ประช…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



