พรุควนเคร็งสะเทือน! พบสวนปาล์มโผล่กลางป่า 8 จุด
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 07:18อ่าน 3 นาที

25 ส.ค.2569-นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ได้สั่งการ สบอ.5 เร่งตรวจสอบ หลังภาพจากภารกิจบินดับไฟป่าพรุควนเคร็ง พบสวนปาล์มจำนวนหลายแปลงกลางผืนป่า เบื้องต้นตรวจพบ 8 จุด
อ่านข่าวในหมวด ทั่วไป เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รวมพื้นที่กว่า 230 ไร่ พบปาล์มอายุประมาณ 1-3 ปี เตรียมตรวจสอบเอกสารสิทธิ์และผู้ครอบครอง หากไม่มีหลักฐาน เตรียมตรวจยึดและดำเนินคดีทันที สถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง
นอกจากภารกิจเร่งดับไฟแล้ว ยังพบประเด็นสำคัญ หลังเจ้าหน้าที่บินสำรวจพื้นที่ พบสวนปาล์มอยู่กลางผืนป่าพรุหลายแปลง บางแปลงเพิ่งปลูกได้เพียง 1-3 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
รายละเอียดเพิ่มเติม
สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินคดีกับผู้บุกรุก หากพบการครอบครองพื้นที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ภาพมุมสูงจากภารกิจเฮลิคอปเตอร์ 3 หน่วย
ที่เข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง เผยให้เห็นสวนปาล์มน้ำมันหลายแปลง แทรกตัวอยู่กลางพื้นที่ป่าพรุ โดยบางแปลงเป็นสวนปาล์มที่เพิ่งปลูกใหม่ อายุประมาณ 1-3 ปี
หลังพบภาพดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดหนึ่งปฏิบัติภารกิจดับไฟ ขณะที่อีกชุดเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่และพิสูจน์ทราบแปลงสวนปาล์มที่ปรากฏในภาพ
สถานการณ์ล่าสุด
รวมถึงตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่เกิดไฟป่าหรือไม่ ด้านนายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช)
กล่าวว่าได้รับการสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งผู้ว่าฯราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าแปลงสวนปาล์มดังกล่าวอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6
มุมมองและผลกระทบ
บริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลควนเคร็ง รวม 8 จุด มีพื้นที่รวมประมาณ 230 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 เข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าแต่ละแปลงมีผู้ใดเป็นผู้ครอบครอง
และมีเอกสารสิทธิ์ประเภทใด เบื้องต้นมี 4 แปลงที่ยังไม่มีผู้ใดนำเอกสารหลักฐานมาแสดง ขณะที่อีก 4 แปลง มีการนำเอกสารมาแสดงแล้ว ประกอบด้วย น.ส.3 ก. จำนวน 2 แปลง และ ส.ค.1 จำนวน 2 แปลง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เอกสารดังกล่าวตรงกับตำแหน่งพื้นที่ที่ทำสวนปาล์มหรือไม่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รวมถึงตรวจสอบเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ์ว่าตรงกับพื้นที่ที่มีการปลูกปาล์มหรือไม่ และในกรณี น.ส.3 ก. จะตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สำหรับ 4
แปลงที่ยังไม่มีเอกสารหลักฐานมาแสดง เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่า 2 แปลงมีบุคคลครอบครองอยู่ หากไม่สามารถนำเอกสารสิทธิ์มาแสดงเพื่อชี้แจงได้
เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจยึดและดำเนินคดี ขณะเดียวกันจะขยายผลตรวจสอบสวนปาล์มทั้งหมดที่พบในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด ซึ่งพบการปลูกปาล์มเป็นจำนวนมาก
และหลายแปลงมีลักษณะปลูกขึ้นพร้อมกัน โดยมีอายุประมาณ 1-3 ปี เจ้าหน้าที่ตั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



