ข้ามไปยังเนื้อหา

กมธ.กฎหมาย ถกปมพ่อทิพย์ พบ 8 รพ.ในกรุงเทพฯ มีสุ่มเสี่ยงกว่าพันเคส ชี้ติดปัญหางบฯใช้ตรวจดีเอ็นเอ

อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 15:30อ่าน 3 นาที

กมธ.กฎหมาย ถกปมพ่อทิพย์ พบ 8 รพ.ในกรุงเทพฯ มีสุ่มเสี่ยงกว่าพันเคส ชี้ติดปัญหางบฯใช้ตรวจดีเอ็นเอ
แชร์ข่าวนี้

กมธ.กฎหมาย ถกปมพ่อทิพย์ พบ 8 รพ. ใน กทม. มีสุ่มเสี่ยงกว่า 1,000 เคส ชี้ ยังติดปัญหาด้านงบประมาณเพื่อใช้ตรวจดีเอ็นเอ – เพิกถอนสัญชาติ ด้าน “โรม”ซัด รัฐบาลหมดเวลาดังแต่ท้อ

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ล้อไม่หมุน ทำการปราบปรามไม่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เวลา 13.00 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย

การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ แถลงผลการประชุม ถึงความคืบหน้ากรณีพ่อทิพย์ โดยนายปิยรัฐ

รายละเอียดเพิ่มเติม

กล่าวว่า กมธ.ฯได้เชิญเจ้าหน้าที่มาให้ข้อเท็จจริง ซึ่งน่าเสียดายที่โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง ไม่ได้มาให้การชี้แจง ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่มาจากฝ่ายปกครอง และเป็นที่น่าตกใจว่ามีจำนวนกรณีสีส้ม

ที่เป็นข้อที่กังวลของเจ้าหน้าที่ ว่าพ่อเป็นชาวต่างชาติ แม่เป็นชาวต่างชาติ แต่มาใช้สิทธิว่าเป็นพ่อทิพย์ สวมสิทธิแทน เฉพาะ 8 โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ มีถึง 1,000 – 1,500 กรณี

ซึ่งเห็นตรงกันว่าจะต้องออกกฎหมายมาบังคับใช้ โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ใช้คำว่าหยุดเลือดได้แล้ว และจะใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นในกรณีหลังจากนี้ นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า

สถานการณ์ล่าสุด

กรณีที่เกิดขึ้นแล้ว เด็กที่มีสัญชาติไทยไปแล้ว จะดำเนินการอย่างไร จะเพิกถอนสัญชาติแล้ว เด็กจะมีสัญชาติอะไรนั้น ปัญหาที่พบขณะนี้ โดยเฉพาะ 1,000 กรณี ติดขัดปัญหาเรื่องงบประมาณ

ซึ่งพบความผิดปกติแน่นอน แต่จะทำอย่างไร เพราะการสืบดีเอ็นเอ ต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละอย่างน้อย 3,000 บาท รวมทั้งเรื่องพนักงานสืบสวนที่ต้องติดตาม ซึ่งตอนนี้ยังทำอะไรมากไม่ได้

เพราะติดขัดเรื่องงบประมาณ จึงฝากฝ่ายบริหารดูในเรื่องนี้ด้วย นายปิยรัฐ กล่าวอีกว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนล่าสุดมาเมื่อวานนี้ (12 ส.ค.)

มุมมองและผลกระทบ

กรณีที่เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งตอนนี้สอบถามแล้วว่าโรงพยาบาลดังกล่าว อยู่ในประวัติที่กำลังดำเนินการอยู่หรือไม่ ทั้งตำรวจ และฝ่ายปกครอง

บอกว่าไม่เคยพบเคสในโรงพยาบาลที่ตนได้ข้อมูลมา ซึ่งเป็นกรณีใหม่ จำนวน 4 ราย และตอนนี้จะรีบประสานเจ้าที่สอบสวนเพิ่มเติม โดยโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ แถวถนนศรีนครินทร์ “ขอฝากถึง นายพลพีร์

สุวรรฉวี รมช.มหาดไทย ที่บอกว่ามีคนจีน หรือนายหน้า ประสานงานขอจ่ายส่วย เพื่อให้จบเรื่องคนจีนสีเทาที่มาลงทุนในไทยนั้น ผมคิดว่านายพลพีร์ ต้องดำเนินการทางคดี อย่าให้เหมือนกรณีของ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ที่บอกว่ามีคนจะจ่ายส่วย แต่เรื่องอย่างเงียบอยู่ จึงอยากให้ดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งต้องสืบสาวไปให้ถึงผู้ที่รับเงิน

และผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทุกคน”นายปิยรัฐ กล่าว ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนขอแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เกิดขึ้นไปแล้ว ที่เป็นปัญหาไปแล้ว และส่วนที่ป้องกัน

โดยส่วนที่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องความคืบหน้าหลายอย่าง ที่ไม่สามารถนำไปสู่การทำลายเครือข่ายนี้ได้จริง โดยข้อมูลทางการเชื่อมโยงพบว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · กมธ.กฎหมาย ถกปมพ่อทิพย์ พบ 8 รพ.ในกรุงเทพฯ มีสุ่มเสี่ยงกว่าพันเคส ชี้ติดปัญหางบฯใช้ตรวจดีเอ็นเอ
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง