ข้ามไปยังเนื้อหา

ชายน้ำหนักลดฮวบ 8 กก.ใน 1 ปี ที่แท้ป่วยมะเร็งไส้ตรง หลังเริ่มมีอาการท้องอืดง่าย

อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:18อ่าน 3 นาที

ชายน้ำหนักลดฮวบ 8 กก.ใน 1 ปี ที่แท้ป่วยมะเร็งไส้ตรง หลังเริ่มมีอาการท้องอืดง่าย
แชร์ข่าวนี้

ชายน้ำหนักลดฮวบ 8 กก.ใน 1 ปี ที่แท้ป่วยมะเร็งไส้ตรง พบพฤติกรรมขับถ่ายเปลี่ยน-ท้องอืด แต่เข้าใจผิดว่าเกิดจากความเครียด อีทีทูเดย์รายงาน ชายแซ่เฉิน อายุ 60 ปี

อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติมาเป็นเวลานาน ด้วยหน้าที่การงานทำให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ มีชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา

และส่วนใหญ่มักฝากท้องไว้นอกบ้าน ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เขาเริ่มมีอาการท้องอืดง่าย พฤติกรรมการขับถ่ายค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง และมีอาการท้องเสียบ่อยครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติม

ในตอนแรกเขาคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงผลจากความเครียดในการทำงานและการรับประทานอาหารที่ไม่เป็นเวลา กระทั่งไม่นานมานี้ เพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นว่าเขาดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าน้ำหนักลดลงถึง 8 กิโลกรัมภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพและพบว่าป่วยเป็นมะเร็งต่อมไส้ตรง ตรวจพบก้อนต้องสงสัยในไส้ตรง

ผลชิ้นเนื้อยืนยันเป็นมะเร็ง นพ.เหลียงเฉิงเชา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบริหารสุขภาพเป่ยโถว ซึ่งดูแลผู้ป่วยรายนี้ เปิดเผยว่า

สถานการณ์ล่าสุด

ระหว่างการตรวจพบรอยโรคบริเวณไส้ตรงที่สงสัยว่าอาจเป็นเนื้องอกร้าย จึงรีบดำเนินการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา ผลตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมไส้ตรง (Rectal

Adenocarcinoma) จากนั้นจึงประสานส่งต่อผู้ป่วยไปยังศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ตรง เพื่อรับการรักษาในขั้นตอนต่อไป นอกจากมะเร็งไส้ตรงแล้ว

การตรวจสุขภาพยังพบปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอีกหลายอย่าง ได้แก่ โรคกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร การติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) กระเพาะอาหารอักเสบชนิดตื้น

มุมมองและผลกระทบ

รวมถึงภาวะเยื่อบุกระเพาะอาหารเปลี่ยนเป็นเซลล์คล้ายเยื่อบุลำไส้ (intestinal metaplasia) ร่วมกับภาวะเซลล์ผิดปกติระดับเล็กน้อย (mild dysplasia) นพ.เหลียงเฉิงเชา ระบุว่า

รูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบอาจทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณเตือนจากร่างกาย ขณะที่โรคในระบบทางเดินอาหารหลายชนิดสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ดังนั้น

การตรวจอย่างครอบคลุมและการติดตามอาการอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญ มะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ได้มีเพียง “ถ่ายเป็นเลือด-ปวดท้องรุนแรง” นพ.เหลียงเฉิงเชา กล่าวว่า

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

หลายคนเข้าใจว่าผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่จะต้องมีอาการถ่ายเป็นเลือดหรือปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ในความเป็นจริง อาการในระยะแรกมักไม่จำเพาะเจาะจง หากมีอาการต่อเนื่อง เช่น

พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง ท้องอืด ท้องเสียสลับท้องผูก อุจจาระมีขนาดเล็กลง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายเป็นเลือด หรือมีภาวะโลหิตจาง

อาการเหล่านี้ล้วนสามารถเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของลำไส้ได้ จึงควรพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ พฤติกรรมขับถ่ายเปลี่ยนนาน 2 – 3

สัปดาห์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ นพ.เหลียงเฉิงเชา เตือนว่า หากพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องนานกว่า 2 – 3 สัปดาห์ หรือมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด หรือโลหิตจาง

ไม่ควรซื้…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ข่าวสด · ชายน้ำหนักลดฮวบ 8 กก.ใน 1 ปี ที่แท้ป่วยมะเร็งไส้ตรง หลังเริ่มมีอาการท้องอืดง่าย
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง