สรรเพชญ ลุยพัฒนาพื้นที่ท่านุ่น 765 ไร่ ยกระดับทรัพย์สินรัฐสู่การลงทุนท่องเที่ยว
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 18:01อ่าน 3 นาที

สรรเพชญ เดินหน้าพัฒนาพื้นที่ท่านุ่น 765 ไร่ ยกระดับทรัพย์สินรัฐสู่การลงทุนด้านท่องเที่ยว สร้างโอกาสเศรษฐกิจให้ชุมชนอย่างยั่งยืน เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 สิงหาคม นายสรรเพชญ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่แปลงท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ร่วมกับ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เพื่อเดินหน้าผลักดันการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่านุ่น
จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพกว่า 765 ไร่ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐ
รายละเอียดเพิ่มเติม
และต่อยอดศักยภาพพื้นที่ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาและพื้นที่อันดามัน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชน
เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองอย่างสมดุลและยั่งยืน “พื้นที่ท่านุ่น” ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาในอนาคต เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
ประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากพื้นที่โครงการสนามบินอันดามัน ซึ่งมีแผนพัฒนาในอนาคต ประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีแนวเส้นทางโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง MR9 ตัดผ่านพื้นที่
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและเชื่อมโยงพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย สำหรับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ นายสรรเพชญ
ได้มอบหมายให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ศึกษาแนวทางการจัดประโยชน์พื้นที่ โดยแบ่งแนวทางการพัฒนาออกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์
ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาและแนวทางที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ศึกษาไว้เดิม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาในรูปแบบโรงแรมและศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Center)
มุมมองและผลกระทบ
ตลอดจนกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพย์สินของรัฐและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่
ควบคู่กับการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่ 765 ไร่
มีพื้นที่บางส่วนบริเวณสะพานสารสิน ที่มีชุมชนใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งจะไม่นำแนวทางการพัฒนาเชิงพาณิชย์มาใช้โดยไม่คำนึงถึงบริบทของพื้นที่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่จะพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการและการพัฒนาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต สภาพพื้นที่ และความต้องการของชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับการพัฒนาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้
การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งจะให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
ควบคู่กับการกำหนดรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ และยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ นายสรรเพชญ กล่าวว่า ก
ารพัฒนาพื้นที่ท่านุ่นไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของรัฐ แต่ต้องการให้ประชาชนและชุมชนได้รับประโยชน์ควบคู่กัน โดยพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม
และ Wellness…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



