อนุทิน ถก ปราโบโว จับมือทุกมิติ ‘ไทย-อินโด’ ชื่นมื่น ดันค้าทะลุ 7.6 แสนล้านในปี 73 ร่วมปราบสแกม-แก๊งค้ายา พร้อมเปิด 2 ไฟลท์บินตรง
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00อ่าน 3 นาที

อนุทิน ถก ปราโบโว จับมือทุกมิติ ‘ไทย-อินโด’ ชื่นมื่น ดันค้าทะลุ 7.6 แสนล้านในปี 73 ร่วมปราบสแกม-แก๊งค้ายา พร้อมเปิด 2 ไฟลท์บินตรง วันที่ 4 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. เวลา 17.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงจาการ์ตา ซึ่งตรงกับประเทศไทย) ณ ห้อง Oval Room อาคาร Istana Merdeka ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กรุงจาการ์ตา น.ส.รัชดา
ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้หารือเต็มคณะกับนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในโอกาสการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 15 ปี ซึ่งการพบกันครั้งนี้มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทาง
ความร่วมมือของสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอาเซียน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะขับเคลื่อน หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย –
อินโดนีเซีย ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ
สถานการณ์ล่าสุด
รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของอาเซียนในฐานะแกนกลางของภูมิภาค รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ในส่วนของด้านเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุ
23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.6 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 จากปัจจุบันประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของทั้งสองประเทศ
เป้าหมายดังกล่าวสามารถบรรลุได้เร็วกว่ากำหนด โดยนายกฯยืนยันว่า ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ของอินโดนีเซีย ทั้งการขยายการค้าสินค้าเกษตร
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค โดยเชิญชวนภาคเอกชนอินโดนีเซียเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
ซึ่งมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของอาเซียนภาคพื้นทวีป เชื่อมโยงตลาดสำคัญในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะผลักดัน อุตสาหกรรมฮาลาล
ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงของโลก โดยผสานจุดแข็งของอินโดนีเซียในฐานะตลาดผู้บริโภคมุสลิมขนาดใหญ่ กับศักยภาพด้านการผลิต คุณภาพสินค้า และมาตรฐานฮาลาลของไทย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ขณะที่ ด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศตกลงยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการหลอกลวงออนไลน์
การค้ามนุษย์ และการลักลอบค้ายาเสพติด ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า
ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่ไม่มีพรมแดน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา
ไทยได้อำนวยความสะดวกในการส่งชาวอินโดนีเซียกว่า 1,000 คน ซึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน ให้เดินทางกลับประ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



