ย่าวัย 72 วิดีโอคอลข้ามประเทศสั่งหลานแจ้ง ตร. รวบพ่อทาสยาขโมยของขาย
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 20:42อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังเข้าจับกุมชาย 2 คน หลังได้รับการประสานจากหลานสาวเจ้าของบ้านว่า พ่อแท้ ๆ
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ของตนเองร่วมกับเพื่อนแอบขโมยทรัพย์สินภายในบ้านพักไปขายจนหมดสิ้น เพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดและใช้หนี้
โดยเหตุเกิดภายหลังจากย่าซึ่งทำงานอยู่ต่างประเทศเปิดกล้องวงจรปิดเห็นพฤติการณ์ทั้งหมด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ในชุมชนโพนบก เขตเทศบาลนครอุดรธานี จ.อุดรธานี
รายละเอียดเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพัก จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและทำการจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน คือ นายวรากร อายุ 39 ปี ลูกชายของเจ้าของบ้าน และ
นายพิชัยรัตน์ อายุ 38 ปี เพื่อนของผู้ก่อเหตุ เป็นคน จ.ลำพูน ที่มาของปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากหญิงวัย 72 ปี เจ้าของบ้าน
ซึ่งปัจจุบันเดินทางไปทำงานหาเงินอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้เปิดกล้องวงจรปิดทางไกลเพื่อดูความเรียบร้อยภายในบ้าน ก่อนจะพบภาพนายวรากร ลูกชาย
สถานการณ์ล่าสุด
กำลังช่วยกับเพื่อนขนย้ายทรัพย์สินภายในบ้านออกไปขาย จึงได้วิดีโอคอลข้ามประเทศมาหาหลานสาวอายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนายวรากร
เพื่อขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวดำเนินคดีทันที ให้โอกาสมาตลอดแต่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ผู้เป็นแม่ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า แม้ตนเองจะมีอายุมากถึง 72
ปี และต้องลำบากไปทำงานต่างประเทศเพื่อส่งเงินกลับมาเลี้ยงดูลูกชายครั้งละ 500 - 1,000 บาท แต่ลูกชายกลับไม่สำนึก และสร้างความเดือดร้อนให้หลานสาวที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง
มุมมองและผลกระทบ
จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ขณะที่ลูกสาวของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า พ่อและแม่แยกทางกันตั้งแต่ตนยังเด็ก เมื่อย่าเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้
ตนจึงรับหน้าที่ดูแลบ้าน ต่อมาพ่อเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ พร้อมพาเพื่อนมาอาศัยอยู่ด้วย จากนั้นเริ่มมีพฤติกรรมขโมยทรัพย์สินในบ้านไปขาย ทั้งรถจักรยานยนต์ ตู้เย็นเครื่องใหญ่ ถังแก๊ส
เครื่องปรับอากาศ โต๊ะเก้าอี้ไม้ และยังงัดห้องนอนของตนเพื่อเอาทีวีไปขาย ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยจนต้องย้ายออกไปเช่าหอพักอยู่อาศัยด้านนอก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รู้สึกเสียใจมากเพราะที่ผ่านมาครอบครัวให้โอกาสพ่อมาโดยตลอด ผู้ต้องหารับสารภาพ นำเงินไปใช้หนี้-ซื้อยาบ้าเสพ จากการสอบสวน นายวรากร ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า
ได้ร่วมกันขโมยทรัพย์สินภายในบ้านไปขายจริง โดยนำทีวี 2 เครื่องไปขายได้เงิน 4,000 บาท ตู้เย็นขายได้ 2,500 บาท และเครื่องปรับอากาศขายได้ 2,500 บาท เงินที่ได้นำไปชำระหนี้สินให้เพื่อน
ส่วนที่เหลือนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ นอกจากนี้ยังพบประวัติเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาบัญชีม้า ต้องโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน และเมื่อพ้นโทษออกมาจึงกลับมาอยู่อาศัยที่บ้านหลังดังกล่าว เบื้องต้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวรากร และนายพิชัยรัตน์ ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบว่ามีผลเป็นบวก (ฉี่สีม่วง) ทั้ง 2 คน จึงได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ และแจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์
เพื่อดำเนินคดีตามข…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



