“ไทยช่วยไทย พลัส” ดันกำลังซื้อ สนค.เผย 71 % ใช้สิทธิ ลดค่าครองชีพ
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 18:08อ่าน 3 นาที

วันนี้ ( 21 ส.ค.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศในเดือนก.ค.2569 จำนวน 5,465 ราย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เกี่ยวกับการใช้สิทธิและความคิดเห็นต่อโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการ โดย 71.77% ใช้สิทธิ และ 28.23% ไม่ได้ใช้สิทธิ
สะท้อนว่าโครงการได้รับความสนใจในระดับสูง เนื่องจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำลังซื้อผ่านการร่วมจ่ายของภาครัฐ สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้สิทธิ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ส่วนใหญ่ระบุว่าได้รับสิทธิผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ขณะที่บางส่วนลงทะเบียนไม่ทัน ลงทะเบียนไม่ผ่าน ไม่ได้รับสิทธิ หรือไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้
ยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เช่น ไม่มีสมาร์ทโฟน โทรศัพท์ไม่รองรับแอปพลิเคชัน ไม่สามารถดาวน์โหลดหรือใช้งานแอปพลิเคชัน รวมถึงไม่สามารถยืนยันตัวตนหรือสแกนใบหน้าได้
โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบดิจิทัล ผอ.สนค. กล่าวอีกว่า ประชาชนส่วนใหญ่ใช้สิทธิกับสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดยอาหารพร้อมทานมีสัดส่วนสูงสุด
สถานการณ์ล่าสุด
48.22% รองลงมาเป็นอาหารสด 38.87% ของใช้ประจำวันและของใช้ในครัวเรือน 32.22% เครื่องประกอบอาหาร 26.73% การสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 23.97% เครื่องดื่ม 21.23%
และอาหารสำเร็จรูป 21.02% ทั้งนี้ โครงการไม่ได้ช่วยเพียงลดค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย โดย 36.96% ระบุว่ากล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่ 24.50%
นำเงินที่เหลือจากการใช้สิทธิไปใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นอื่น ๆ และ 23% ซื้อสินค้าและบริการในชุมชนหรือท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ส่วน 8.60% นำเงินที่ประหยัดได้ไปออม 7.25% นำไปชำระหนี้ และ 4.43%
มุมมองและผลกระทบ
สามารถลดการกู้ยืมหรือใช้บัตรเครดิต ทั้งนี้ ผลของมาตรการดังกล่าวหลังสิ้นสุดโครงการ พบว่า 31.58% จะกลับไปซื้อจากร้านค้าเดิม และมองว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย
สำหรับการใช้จ่ายหลังสิ้นสุดโครงการคาดว่าจะใช้จ่ายไม่แตกต่างจากช่วงที่มีโครงการ สะท้อนว่าการบริโภคมีแนวโน้มทรงตัว แม้สิ้นสุดมาตรการ ขณะที่มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย 44.96%
คาดว่าเศรษฐกิจจะไม่เปลี่ยนแปลง 28.93% คาดว่าจะดีขึ้นเล็กน้อย และ 3.90% คาดว่าจะดีขึ้นมาก รวม 32.83% ที่มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับดีขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ส่วนผู้ที่มองว่าเศรษฐกิจจะแย่ลงเล็กน้อยมี 16.61% และแย่ลงมาก 5.58% นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ
และเสริมสภาพคล่องให้ครัวเรือน โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดอาหารและของใช้จำเป็น ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นการจับจ่ายผ่านร้านค้ารายย่อย ร้านค้าในชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น
ช่วยกระจายรายได้และสร้างโอกาสให้ร้านค้ารักษาฐานลูกค้าได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนบางส่วนติดข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ การลงทะเบียน และการใช้เทคโนโลยี
จึงควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เข้าใจง่าย พร้อมช่องทางอำนวยความสะดว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



