เจเศรษฐ์ ลุยสั่งการ 7 จว.ลุ่มน้ำโขงรับมือน้ำท่วม ภัยแล้ง ย้ำต้องสื่อสารไว-ถูกต้อง ยันน้ำลดงานต้องจบ
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14:05อ่าน 3 นาที

เจเศรษฐ์ ลุยสั่งการ 7 จว.ลุ่มน้ำโขงรับมือน้ำท่วม ภัยแล้ง ย้ำต้องสื่อสารไว-ถูกต้อง-เข้าถึง ยันน้ำลดงานต้องจบ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง
ในพื้นที่จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก 7 จังหวัด ได้แก่
รายละเอียดเพิ่มเติม
นครพนม เลย หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เข้าร่วมประชุม นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่และการประชุมครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี
ที่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ และมอบหมายให้ตนลงมารวบรวมข้อมูลจากจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้เห็นสถานการณ์และความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน
ก่อนนำข้อมูลกลับไปเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบ และร่วมกันพิจารณาแนวทางบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ให้สามารถสนับสนุนพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว
สถานการณ์ล่าสุด
วันนี้สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เพียงรับทราบว่าพื้นที่ไหนมีปัญหา แต่ต้องรู้ด้วยว่าปัญหาอยู่ตรงไหน พื้นที่มีความพร้อมอะไร มีข้อจำกัดอะไร และต้องการการสนับสนุนเรื่องใด
เพื่อที่ผมจะได้นำข้อมูลทั้งหมดกลับไปเรียน และหาแนวทางบูรณาการร่วมกันให้เกิดผลในทางปฏิบัติ นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า
การรับมือสถานการณ์ในปัจจุบันต้องทำทั้งในส่วนของอุทกภัยและภัยแล้งควบคู่กัน เนื่องจากสภาพอากาศมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
มุมมองและผลกระทบ
การบริหารจัดการจึงต้องอาศัยข้อมูลจากพื้นที่จริงและการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมได้ก่อนเกิดผลกระทบ สิ่งที่เราต้องทำคือ รู้ก่อน เตรียมก่อน และช่วยทันที
ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงเข้าไปแก้ ทั้งเรื่องน้ำ เครื่องมือ บุคลากร และแผนการช่วยเหลือต้องเตรียมไว้ก่อน ส่วนการประชาสัมพันธ์ต้องไวมาก เพราะประชาชนต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
พื้นที่ไหนได้รับผลกระทบ ระดับน้ำเป็นอย่างไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร และภาครัฐกำลังดำเนินการอะไรอยู่ สิ่งสำคัญคือข้อมูลต้องถูกต้องและเป็นข้อมูลเดียวกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องไปหาข้อมูลจากข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่ทราบแหล่งที่มา นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการประปาก็เช่นกัน ต้องสื่อสารให้ประชาชนรู้ทั้งเรื่องสถานการณ์น้ำ
การใช้น้ำอย่างเหมาะสม การบริหารจัดการ รวมถึงกรณีที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบประปา ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ให้ประชาชนเป็นฝ่ายตามหาข้อมูลเอง
ต้องสื่อสารทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ให้เข้าถึงทุกกลุ่ม ส่วนการเตรียมรับมือภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง ไม่ควรรอให้เข้าสู่ช่วงแล้งแล้วจึงเริ่มเตรียมการ
แต่ต้องนำข้อมูลสถานการณ์ในอดีตมาใช้เป็นฐานในการวางแผน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลจากปีก่อนๆ ทั้งพื้นที่ที่เค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



