‘อดีตผู้พิพากษา’ วิเคราะห์ 7 ข้อ ‘ส้ม-น้ำเงิน’ ฮั้วสว. พฤติการณ์แบบใดที่เรียกว่า ‘ฮั้ว’ ผิดกฎหมาย
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 08:34อ่าน 3 นาที

'อดีตผู้พิพากษา' วิเคราะห์ 7 ข้อ ฮั้วสว. พฤติการณ์ แบบใดที่เรียกว่า 'ฮั้ว' ผิดกฎหมาย และการพิสูจน์ความผิด ชี้ไม่ควรจบลงด้วยคำถามชวนแตกแยกว่า 'ส้มฮั้วหรือน้ำเงินฮั้ว?'
ประเด็นสำคัญ
แต่ควรจบลงด้วยหลักนิติธรรมที่ว่า 'ใครทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษ และใครบริสุทธิ์ต้องได้รับการปกป้อง' โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน 31 ก.ค. 2569- นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ต่างฝ่ายต่างฮั้ว?
เมื่อกติกาเลือก สว. เอื้อให้ "การจัดตั้งคะแนน" กลายเป็นเกมที่ทุกสีเล่นได้ มีเนื้อหาดังนี้ การเมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดที่น่าสนใจและเข้มข้นอย่างยิ่งในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 เพราะจากเดิมที่คำว่า “ฮั้ว สว.” เคยถูกใช้เป็นอาวุธในการกล่าวหากลุ่มการเมืองฝ่ายหนึ่ง วันนี้กลับเกิดปรากฏการณ์ที่อีกฝ่ายย้อนถามกลับด้วยน้ำเสียงท้าทายว่า “ถ้าการรวมกลุ่มของพวกผมเรียกว่าฮั้ว แล้วการรวมกลุ่มของพวกคุณเรียกว่าอะไร?”
รายละเอียดเพิ่มเติม
คำถามนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการตอบโต้ทางการเมืองแบบฟ้องแก้เกี้ยวเพื่อเอาตัวรอด หากแต่นำสังคมกลับไปสู่การฉุกคิดในคำถามที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือ ปัญหาแท้จริงอยู่ที่ “คน” หรืออยู่ที่ “กติกา” หรือ “ทั้งคนทั้งกติกา”?
และหากกติกาออกแบบมาให้การจัดตั้งคะแนนมีประสิทธิผลได้สูง ใครก็ตามที่สามารถสร้างเครือข่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นสีไหน ย่อมมีแรงจูงใจที่จะใช้วิธีเดียวกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกเป็น สว. ทั้งที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ามาทำหน้าที่นี้ได้ดี เพราะหากสมัคร อาจตกตั้งแต่รอบแรก (ระดับอำเภอ) โดยเหตุที่ไม่ได้ไปร่วมจัดตั้งคะแน การกล่าวหาว่า “อีกฝ่ายฮั้ว แต่พวกเราไม่ได้ฮั้ว” จึงอาจไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง แต่เป็นเพียงสงครามภาษาทางการเมือง สิ่งที่สังคมและกระบวนการยุติธรรมควรถามจริงๆ คือ พฤติการณ์แบบใดกันแน่ที่เรียกว่า “ฮั้ว” อันเป็นการผิดกฎหมาย และหลักฐานแบบใดจึงจะเพียงพอในการพิสูจน์ความผิด?
1.ก่อนจะถามว่าใครฮั้ว ต้องถามเสียก่อนว่า “กติกานี้ทำให้ฮั้วได้ง่ายหรือยาก?”
สถานการณ์ล่าสุด
รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ สว. 200 คนมาจากการ “เลือกกันเอง” ของบุคคลจาก 20 กลุ่ม ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม เข้ามาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและเห็นชอบในการแต่งตั้งองค์กรอิสระและตำแหน่งที่สำคัญ มิใช่การเลือกโดยประชาชนโดยตรงเหมือน ส.ส. หลักการดังกล่าวฟังดูงดงามในเชิงทฤษฎี แต่เมื่อพิจารณา “กลไกการเลือก” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 จะพบว่าเป็นระบบที่มีความซับซ้อนสูง และเอื้อให้เกิดการวางกลยุทธ์อย่างมหาศาล: เป็นการ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มผู้สมัคร 20 กลุ่ม ผ่านกระบวนการเลือก 3 ระดับ คือ ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ในแต่ละระดับจะมีขั้นตอนการเลือกสองรอบ คือ เลือกกันเองในกลุ่มเดียวกัน และเลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นที่อยู่ใน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



